You are here: Home > Science & Envi > The Blue Death / ฆาตกรรมสีน้ำเงิน

The Blue Death / ฆาตกรรมสีน้ำเงิน

(โดย พญ. นภาพร ลิมป์ปิยากร)

            คนไทยมักคิดว่า ชาวยุโรปและชาวอเมริกันมีระบบสุขาภิบาลที่ดีและมีน้ำประปาที่สะอาดจนเราสามารถดื่มจากก๊อกได้ทันที  แต่คงไม่ค่อยมีใครทราบว่า กว่าที่พวกเขาจะพัฒนาระบบสุขาภิบาลและประปามาได้ถึงในระดับปัจจุบัน ประชาชนต้องตายไปมากน้อยเพียงใด ซ้ำร้ายระบบประปาของเขาก็ยังคงมีปัญหา  Dr. Robert D. Morris นักระบาดวิทยาสิ่งแวดล้อมและผู้นำในการทำวิจัยเกี่ยวกับน้ำดื่มและสุขภาพได้เล่าถึงประวัติศาสตร์ของการค้นหาสาเหตุโรคติดต่อที่อาศัยน้ำเป็นสื่อ พัฒนาการและการปรับปรุงระบบประปา รวมทั้งมหันตภัยที่มากับน้ำประปาไว้ในหนังสือขนาด 310 หน้าชื่อ The Blue Death: Disease, Disaster, and the Water We Drink ซึ่งพิมพ์ออกมาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2550

            ผู้เขียนเริ่มเรื่องด้วยการเล่าถึงการระบาดของอหิวาห์เมื่อปี 2370 ซึ่งเริ่มต้น ณ เมืองกัลกัตตา ในอินเดีย หลังจากนั้นเชื้ออหิวาห์ก็แพร่ผ่านอัฟกานิสถานและรัสเซีย  แม้ว่าทหารรัสเซียจะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการกำจัดเชื้อ แต่ในที่สุดอหิวาห์ก็สามารถเดินทางถึงอังกฤษได้ในอีก 2 ปีต่อมา  ผู้ป่วยมีอาการอาเจียนและท้องร่วงอย่างแรงและก่อนที่เขาจะเสียชีวิต ปลายมือปลายเท้าของเขาได้เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินอ่อน  ภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียวจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนสภาองคมนตรีต้องออกมาตรการกักกัน  แต่มาตรการนั้นกลับไม่ได้ผลและในเดือนธันวาคมเชื้อก็แพร่เข้าสู่เมืองนิวคาสเซิล  จอห์น สโนว์ ผู้ฝึกงานของนายแพทย์ประจำเมืองนิวคาสเซิลจึงมีโอกาสติดตามการระบาดของอหิวาห์อย่างใกล้ชิด 

               ต่อมาในเดือนสิงหาคมปี 2375 เกิดการระบาดของอหิวาห์ขึ้นอีกครั้งหนึ่งที่เหมืองถ่านหินคิลลิงเวอร์ธ แพทย์จึงส่งสโนว์ไปที่นั่น  ช่วงเวลานั้นแพทย์ส่วนใหญ่เชื่อว่าเชื้ออหิวาห์แพร่กระจายผ่านอากาศ  แต่เมื่อสโนว์ได้ทำการศึกษาเขากลับไม่เห็นด้วยเพราะเหมืองที่เกิดโรคระบาดมีระบบระบายอากาศที่ดีและเชื้อก็มิได้กระจายไปยังเหมืองอื่น ๆ ในเมืองเดียวกัน  อย่างไรก็ดีแม้ว่าในขณะนั้นจะยังไม่มีแพทย์คนใดสามารถหาสาเหตุและวิธีการรับมือกับอหิวาห์ได้อย่างถูกต้อง แต่อหิวาห์ก็ละจากอังกฤษไปเองหลังจากคร่าชีวิตชาวลอนดอนไปถึง 8,500 คน  ต่อมาสโนว์ได้เข้าศึกษาต่อในโรงเรียนแพทย์และได้กลายเป็นวิสัญญีแพทย์ผู้ดมยาสลบพระราชินีวิคตอเรียเมื่อมีพระสูติกาลเจ้าชายลีโอโปล ส่งผลให้เขากลายเป็นแพทย์ที่มีชื่อเสียงและมีฐานะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

               ต่อมาในฤดูร้อนปี 2388 อหิวาห์ได้กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งหนึ่งโดยเริ่มจากเมืองคาบูล เตหะรานและแบกแดด  ในที่สุดเชื้อก็เดินทางไปถึงเมือฮอร์สลีดาวน์ตรงริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ในปี 2391  ในช่วงเวลานั้นแพทย์ส่วนใหญ่ยังคงเชื่อว่าโรคอหิวาห์ระบาดจากอากาศที่เป็นพิษ  แต่สโนว์กลับไม่เห็นด้วย  เขาเห็นว่าหากอากาศเป็นตัวกลางในการแพร่ระบาด ร่างกายมนุษย์น่าที่จะตอบสนองต่อสารที่อาศัยอากาศเป็นสื่อเช่นเดียวกับการตอบสนองต่อการดมยาสลบ  แต่ความจริงที่พบก็คือผู้ป่วยที่อาศัยอยู่ในตึกเดียวกันมิได้ติดเชื้ออหิวาห์ทุกครอบครัวและระดับความรุนแรงของโรคที่แต่ละคนเป็นก็ไม่เท่ากัน  ยิ่งไปกว่านั้นผู้ป่วยทุกรายจะเริ่มมีอาการที่ระบบทางเดินอาหารก่อนที่พวกเขาจะมีอาการหายใจลำบากและปลายมือปลายเท้าเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินซึ่งแสดงถึงการขาดอากาศ  เขาจึงตั้งสมมติฐานว่าสาเหตุของโรคน่าจะมาจากสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าที่ผู้คนรับประทานเข้าไปและเกิดการขยายตัวในทางเดินอาหารจนมีจำนวนมากขึ้นและทำให้เกิดอาการท้องเสีย  ส่วนตัวกลางน่าจะมาจากน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระและน้ำสกปรกนี้แพร่กระจายไปยังท่อส่งจึงทำให้ผู้คนได้รับเชื้อในวงกว้าง

                ความเห็นเรื่องน้ำเป็นตัวกลางที่ทำให้เกิดการระบาดโรคของสโนว์ตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับกลุ่มนักการเมืองที่มีเอ็ดวิน แชดวิกค์ เป็นผู้นำ  เมื่อแชดวิกค์เดินทางไปยังสลัมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองกลาสโกว์ เขาพบว่าผู้ที่อาศัยอยู่ในสลัมนั้นมิได้ทิ้งของเสียจากการขับถ่ายแต่กลับเก็บสะสมไว้ในที่พักแล้วขายไปเป็นปุ๋ย  แชดวิกค์จึงสรุปว่าสาเหตุของโรคน่าจะมาจากอากาศที่มีกลิ่นเหม็น  เขาได้เสนอให้รัฐกำจัดส้วมซึมและสร้างห้องน้ำขึ้นแทน  ส่วนน้ำเสียจากห้องน้ำและบ้านเรือนให้ระบายลงในท่อแล้วปล่อยลงแม่น้ำอีกทีหนึ่ง  เขาเชื่อว่าการทำเช่นนั้นจะทำให้ประชาชนติดโรคน้อยลง  หลังจากที่รัฐทำตามข้อเสนอของแชดวิกค์ การแพร่กระจายของอหิวาห์ในลอนดอนยิ่งรุนแรงขึ้นไปอีกจนทำให้ชาวลอนดอนตายสูงถึง  4.5%

                 ในช่วงเวลานั้นวิธีระบายน้ำเสียของชาวลอนดอนคือการเทปัสสาวะที่เก็บไว้ในกระโถนลงในแม่น้ำ  ส่วนน้ำเสียจากการอาบและชะล้างจะไหลลงพื้นแล้วระบายสู่ท่อน้ำเสียบนถนน  น้ำกินน้ำใช้จะมาจากบ่อ ถังเก็บน้ำ ท่อประปาหรือน้ำในแม่น้ำขึ้นอยู่กับเศรษฐานะของผู้ดื่ม  การศึกษาของสโนว์พบว่าบริษัทผู้ผลิตน้ำประปาทั้ง 9 แห่งอาศัยน้ำจากแม่น้ำเทมส์ซึ่งเป็นแม่น้ำเดียวกันกับที่แชดวิกค์แนะนำให้ระบายน้ำเสียลงไป  ก่อนปี 2396 บริษัททำประปาชื่อแลมเบธดูดน้ำจากแม่น้ำเทมส์กลางกรุงลอนดอน  บริษัทนี้จึงเป็นบริษัทที่ใช้แหล่งน้ำดิบที่สกปรกที่สุดในการทำน้ำประปา  แต่หลังจากที่บริษัทสร้างท่อประปาใหม่เสร็จ บริษัทหันมาใช้น้ำดิบเหนือจุดเดิมขึ้นไป 10 ไมล์จึงทำให้บริษัทใช้แหล่งน้ำดิบที่สะอาดที่สุดส่งผลให้บริษัทชื่อเซาธ์วอร์คและวอกฮอลล์ (S&V) กลายเป็นบริษัทที่ใช้แหล่งน้ำดิบที่สกปรกที่สุดไปแทน  บริษัททั้งสองต่างแข่งขันกันอย่างดุเดือดในการหาลูกค้า แม้แต่ในอพาร์ตเมนท์เดียวกันแต่ละครอบครัวยังใช้น้ำประปาจากบริษัทที่ต่างกัน  ข้อมูลในปี 2396 บ่งว่าบ้านในบริเวณที่ใช้น้ำประปาจากสองบริษัทมีอัตราการเกิดอหิวาห์ต่ำกว่าบ้านในบริเวณที่ใช้น้ำจากบริษัท S&V เพียงบริษัทเดียว และประชากรทั้ง 15,000 คนจากทั้งสามตำบลที่ใช้น้ำจากบริษัทแลมเบธเพียงบริษัทเดียวไม่มีผู้เสียชีวิตเลยทั้ง ๆ ที่การระบาดในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตมากถึง 796 คน  สโนว์จึงออกเคาะประตูตามบ้านเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับน้ำประปาที่ผู้เสียชีวิตใช้  ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่สามารถบอกได้ว่า พวกเขาใช้น้ำประปาจากบริษัทไหนกันแน่  สโนว์จึงจำเป็นต้องเก็บตัวอย่างน้ำตามบ้านเพื่อมาพิสูจน์  เขาพบว่าน้ำจากบริษัท S&V ที่ถูกเติมสารซิลเวอร์ไนเตรตจะมีปริมาณเกลือมากกว่าน้ำของบริษัทแลมเบธถึง 40 เท่าและขุ่นกว่าด้วย  เขาจึงยิ่งมั่นใจในสมมติฐานที่ว่าเชื้ออหิวาห์มาจากน้ำ

            ในเดือนกันยายนปี 2397 เกิดการระบาดของอหิวาห์ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง  การระบาดในครั้งนี้เกิดขึ้นในบริเวณบ้านที่อาศัยน้ำจากบริษัทที่ใช้แหล่งน้ำดิบที่สะอาดและมาจากแม่น้ำที่ต่างกัน  สโนว์สันนิษฐานว่าการระบาดน่าจะมาจากบ่อน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อน  เมื่อเขาไปสำรวจน้ำจากบ่อต่าง ๆ จึงพบว่าน้ำจากบ่อในย่านบรอดสตรีตเป็นน้ำที่สกปรกที่สุด  เขาได้นำน้ำจากบ่อนี้ไปให้นักจุลชีววิทยาผู้มีชื่อเสียงที่สุดในยุคนั้นตรวจสอบและพบว่าน้ำจากแหล่งต้องสงสัยมีสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ รูปร่างเป็นวงรีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่กล้องที่มีอยู่ในสมัยนั้นยังไม่ดีพอที่จะบอกได้ว่าสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ นี้คืออะไรกันแน่  สโนว์จึงต้องหาหลักฐานผ่านทางวิธีการทางระบาดวิทยาอีกครั้งหนึ่ง  เขาพบว่าผู้เสียชีวิตจากอหิวาห์ทั้งหมดมีที่อยู่อาศัยใกล้บ่อต้องสงสัยนั้นหรือนิยมดื่มน้ำจากบ่อ  เขาจึงรายงานผลการศึกษาไปยังรัฐบาล  ถึงแม้ว่าคณะกรรมการผู้รับผิดชอบทางด้านสุขาภิบาลส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเชื่อถือข้อมูลของสโนว์มากนัก แต่พวกเขาก็สั่งปิดการใช้บ่อทันทีซึ่งเท่ากับเป็นการหยุดการระบาดโรคติดต่อที่อาศัยน้ำเป็นสื่อเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 

               หลังจากนั้นรัฐได้แต่งตั้งกรรมการขึ้นสอบสวนสาเหตุของอหิวาห์เพิ่มเติมโดยรวมสโนว์และบาทหลวงชื่อเฮนรี ไวท์เฮดไว้ด้วย  บาทหลวงไวท์เฮดพบว่าครอบครัวที่ดื่มน้ำจากบ่อในย่านบรอดสตรีตจะเป็นอหิวาห์มากกว่าผู้ที่ดื่มน้ำจากแหล่งอื่นถึง 9 เท่าและก่อนการระบาดของโรค 2 วันมีทารกเสียชีวิตจากอาการท้องเสียอย่างรุนแรงและแม่ของเด็กได้นำผ้าอ้อมที่เปื้อนอุจจาระของเด็กลงไปซักตรงบ่อนี้จึงน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้บ่อมีเชื้อจำนวนมาก  ผลการสืบค้นนั้นเท่ากับเป็นการยืนยันสมมติฐานของสโนว์ที่ว่าน้ำเป็นตัวกลางในการระบาดของอหิวาห์

                  ในเดือนตุลาคม ปี 2399 เบนจะมิน ริชาร์ดสัน ให้ความเห็นไว้ในการประชุมของสมาคมแพทย์ The British Medical Association in Birmingham ว่าอหิวาห์ระบาดจากน้ำที่ปนเปื้อน  ส่วนความสำเร็จของการหาสาเหตุการระบาดของอหิวาห์เป็นผลมาจากความพยายามของสโนว์  คณะกรรมการจึงมีมติให้ย้ายบ่อกำจัดน้ำเสียออกไปจากใจกลางกรุงลอนดอน  จากนั้นมากรุงลอนดอนก็รอดพ้นจากการระบาดของอหิวาห์  สโนว์เสียชีวิตเมื่ออายุเพียง 45 ปีด้วยโรคเส้นโลหิตในสมองในเดือนมิถุนายน 2401 ก่อนที่ใครจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าอหิวาห์เกิดจากเชื้ออะไรกันแน่

             ในเดือนตุลาคมปี 2426 อหิวาห์ได้ระบาดเข้าสู่อิตาลี  แพทย์ชาวเยอรมันชื่อ โรเบิร์ต คอค ผู้ค้นพบวงจรของเชื้อแบคทีเรียและวิธีการเพาะเชื้อแบคทีเรียลงบนวุ้นซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มนักวิจัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในขณะนั้นจึงได้ออกเดินทางจากเยอรมันเพื่อไปยังอิตาลี  ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นทีมจากฝรั่งเศสซึ่งมีหลุยส์ ปาสเตอร์ ผู้ก่อตั้งวิชาจุลชีววิทยาชาวฝรั่งเศสและผู้ค้นพบวิธีผลิตวัคซีนได้ข่าวว่าอหิวาห์กำลังระบาดที่อียิปต์จึงส่งผู้ช่วยของเขาคือหลุยส์ ธิลเลียร์ แพทย์ชาวฝรั่งเศสไปยังอียิปต์ ทั้งนี้เพราะปาสเตอร์เป็นอัมพฤกษ์ไม่สะดวกที่จะเดินทาง  เมื่อคอคทราบข่าวนั้น เขาและทีมจึงย้ายขบวนตามไปอียิปต์ด้วย

             เมื่อคอคไปถึงอียิปต์เขาได้ผ่าชันสูตรศพผู้เสียชีวิตจากโรคอหิวาห์และพบว่า ภายในช่องท้องของผู้เสียชีวิตมีแบคทีเรียอยู่เป็นจำนวนมาก และตามบริเวณผนังลำไส้ยังพบความผิดปกติเป็นปื้นสีแดง  เขาจึงนำชิ้นเนื้อไปตรวจและได้พบเชื้อที่มีรูปร่างคล้ายเครื่องหมายจุลภาค  เขาพยายามที่จะนำเชื้อนั้นไปเพาะและฉีดเชื้อเข้าไปยังสัตว์ชนิดอื่น ๆ  แต่สัตว์ทุกชนิดล้วนไม่สำแดงอาการเช่นที่ปรากฏในคนเลย  เขาจึงสันนิษฐานว่าเชื้อดังกล่าวอาจก่อโรคเฉพาะแต่กับคนเท่านั้น  ส่วนทีมฝรั่งเศสซึ่งมีธิลเลียร์เป็นผู้นำสามารถแยกเชื้อรูปร่างจุลภาคได้จากเลือดของผู้ป่วยและก็ไม่สามารถที่จะทำให้เกิดโรคในสัตว์ได้เช่นกัน  ซ้ำร้ายทีมฝรั่งเศสต้องกลับบ้านมือเปล่า เมื่อต้องสูญเสียธิลเลียร์จากโรคอหิวาห์อีกด้วย

            ต่อมารัฐบาลอังกฤษในอินเดียได้ให้คอคไปสืบหาสาเหตุการแพร่ระบาดของอหิวาห์ที่กัลกัตตา  คอคตรวจพบเชื้อรูปจุลภาคทั้งในตัวผู้ป่วยและบ่อน้ำที่ผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตดื่มด้วยจึงเท่ากับว่าเขาสามารถหาเชื้อก่อโรคอหิวาห์ได้และเป็นผู้พิสูจน์สมมติฐานของสโนว์ว่าอหิวาห์ติดต่อกันทางน้ำ  เขาจึงกลับไปเยอรมนีอย่างวีรบุรุษและได้รับเงินรางวัลถึงหนึ่งแสนมาร์คแม้ว่าเขาจะยังไม่สามารถหาทางหยุดยั้งการระบาดของโรคได้ก็ตาม  

               ส่วนทางฟากสหรัฐอเมริกา ในปี 2403 เอลลิส เชสโบรฮ์ ผู้ออกแบบระบบประปาของกรุงบอสตันได้รับการว่าจ้างจากเมืองชิคาโกให้ออกแบบระบบประปาและระบบบำบัดน้ำเสียใหม่  เขาออกแบบให้ระบบบำบัดน้ำเสียปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำ  ส่วนแหล่งน้ำกินคือทะเลสาบมิชิแกนจะอยู่ห่างจากปากแม่น้ำชิคาโกประมาณ 1 ไมล์  การออกแบบประปาและระบบน้ำเสียนี้สามารถให้บริการชาวเมืองได้เป็นอย่างดี จนกระทั่งปี 2408 เมื่อรถไฟขนสัตว์เลี้ยงจำนวนกว่าล้านตัวเข้ามายังบริเวณห่างจากแหล่งน้ำกินประมาณ 5 ไมล์  มูลสัตว์และของเสียทำให้แหล่งน้ำกินสกปรกมากเสียจนกระทั่งชาวเมืองต้องประสบกับโรคอหิวาห์  รัฐจึงจำเป็นต้องย้ายท่อประปาและแหล่งผลิตน้ำประปาห่างไปจากเดิมเพื่อรักษาชื่อเสียง  ถึงกระนั้นก็ตามชาวเมืองชิคาโกกลับปลอดจากโรคได้ไม่นาน ทั้งนี้เพราะแหล่งน้ำของพวกเขาอยู่ห่างจากทุ่งเลี้ยงสัตว์ไม่มากนัก  ในไม่ช้าแหล่งน้ำนั้นก็เต็มไปด้วยปฏิกูลอีกครั้ง  จอร์จ จอห์นสัน วิศวกรที่ปรึกษาคิดว่าการกรองคงใช้ไม่ได้ผลในกรณีนั้น  เขาจึงคิดค้นวิธีการแก้ปัญหาใหม่ด้วยการเติมสารฆ่าเชื้อโรคที่เรียกว่าคลอรีนลงไปในน้ำซึ่งเท่ากับเป็นการเติมคลอรีนลงในน้ำประปาครั้งแรกในประวัติศาสตร์  จากนั้นมาสถิติผู้ป่วยด้วยโรคท้องร่วงของสหรัฐฯ ก็ลดลงจากร้อยละ 5 ในปี 2443 เหลือเพียงร้อยละ 0.00005 ในปี 2533 

                   หลังจากนักเคมีชาวดัชท์ได้พบว่าน้ำประปามีคลอโรฟอร์มซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งตับในหนูมากผิดปกติ ทั้ง ๆ ที่น้ำที่ไหลเข้ามาในบ่อบำบัดเพื่อใช้ทำน้ำประปาไม่มีสารชนิดนี้ปนเปื้อนอยู่ และสันนิษฐานว่าคลอรีนน่าจะเป็นต้นเหตุของการมีสารคลอโรฟอร์มที่มากผิดปกติในน้ำประปา นักวิจัยด้านบำบัดน้ำขององค์การปกป้องสิ่งแวดล้อมของสหรัฐฯ ก็ได้รับรายงานจากนักวิทยาศาสตร์ว่าการเติมคลอรีนทำให้เกิดสารคลอโรฟอร์มในน้ำประปาเช่นกัน  องค์การนั้นปกปิดข้อมูลนี้ได้ไม่นาน  เมื่อสื่อทราบว่าน้ำประปาทั่วทั้งสหรัฐฯ เต็มไปด้วยสารปนเปื้อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งคลอโรฟอร์ม นักระบาดวิทยาจึงต้องใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ค้นหาคำตอบให้ได้ว่าประชาชนที่ได้รับสารปนเปื้อนนี้เป็นเวลายาวนานเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งหรือไม่และมากน้อยเพียงใด 

            ผู้เขียนได้คำตอบหลังจากวิเคราะห์งานวิจัยในบทความทางวิทยาศาสตร์อยู่ราว 6 เดือน นั่นคือ ผู้ที่ดื่มน้ำที่มีส่วนผสมคลอรีนตลอดชีวิตเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะและมะเร็งลำไส้ใหญ่  บทความของผู้เขียนถูกต่อต้านจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติและองค์การปกป้องสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้อาจเป็นเพราะมนุษย์ยังไม่สามารถหาวิธีบำบัดน้ำประปาได้ดีไปกว่าการเติมคลอรีนก็เป็นได้  นอกจากนี้บริษัทต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมน้ำดื่มยังไม่ต้องการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อทำให้น้ำดื่มมีคุณภาพดีขึ้นเพราะการทำเช่นนี้มีแต่เพิ่มต้นทุนโดยที่ผู้บริโภคอาจไม่สามารถรับรู้และไม่ยอมจ่ายเพิ่ม

            น้ำประปาของสหรัฐฯ ไม่เพียงถูกคุกคามจากผลพลอยได้จากสารคลอรีนเท่านั้น  นักจุลชีววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยฟลอริดาใต้ยังพบว่าน้ำประปาเต็มไปด้วยโปรโตซัวซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่อยู่ระหว่างสัตว์และแบคทีเรียอีกด้วย  นั่นหมายความว่า อุตสาหกรรมน้ำประปาของสหรัฐฯ กำลังเผชิญหน้ากับมฤตยูอยู่ในปัจจุบัน 

              ในเดือนเมษายนปี 2536 แพทย์พบว่าโรงพยาบาล West Allis ในเมืองมิลวอกีต้องเผชิญกับผู้ป่วยที่มีอาการท้องเสียอย่างรุนแรงหลายรายพร้อม ๆ กัน ซ้ำร้ายการตรวจปกติทั่วไปและการเพาะเชื้อในผู้ป่วยเหล่านั้นกลับไม่สามารถอธิบายสาเหตุของอาการท้องเสียได้  เขาพบว่าภายในเวลาเพียงสุดสัปดาห์เดียว จำนวนผู้ป่วยที่มารับการรักษามีจำนวนมากผิดปกติจนถือได้ว่าเป็นการระบาดของโรคท้องร่วง  โดยทั่วไปนั้นการระบาดของโรคท้องร่วงมักเกิดจากร้านอาหารร้านใดร้านหนึ่ง แต่สถานการณ์ในครั้งนี้ ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการคาดว่าสาเหตุของโรคไม่น่าจะมาจากร้านอาหารเพียงร้านใดร้านหนึ่ง ทั้งนี้เพราะการระบาดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นวงกว้าง  การระบาดโดยผ่านทางอากาศก็ไม่น่าจะเป็นไปได้เช่นกันเพราะไวรัสที่อาศัยอากาศเป็นตัวกลางในการระบาดต้องทำให้เกิดอาการที่ระบบทางเดินหายใจก่อนซึ่งไม่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยรายใดในกรณีนั้น  มีรายงานว่าการระบาดได้เริ่มขึ้นก่อนหน้านั้นประมาณ 1 สัปดาห์และขยายตัวอย่างช้า ๆ จนถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ การระบาดจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

            บ่อบำบัดน้ำประจำเมืองรายงานว่าน้ำจากทะเลสาบมิชิแกนซึ่งไหลเข้าสู่บ่อบำบัดและไหลออกจากบ่อบำบัดมีความขุ่นและแบคทีเรียมากผิดปกติ แม้ว่าจะไม่มากเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดก็ตาม  ทางห้องปฏิบัติการจึงคิดว่าต้นเหตุของการระบาดจึงน่าจะมาจากน้ำ ทั้งนี้เพราะก่อนหน้าการระบาดของโรคท้องร่วงประมาณ 1 สัปดาห์เกิดฝนตกหนักในบริเวณนั้น  น้ำที่ไหลเข้าไปยังทะเลสาบจึงปนเปื้อนมูลสัตว์เป็นจำนวนมากทำให้น้ำในทะเลสาบเต็มไปด้วยเชื้อโรค  หลังจากสืบหาสาเหตุหลายวัน ในที่สุดแพทย์ก็ได้คำตอบจากผลชิ้นเนื้อที่ได้จากลำไส้ของผู้ป่วย  เขาพบว่าผนังลำไส้ของผู้ป่วยเต็มไปด้วยเชื้อคริปโตสโพริเดียมซึ่งเป็นเชื้อที่มักพบเฉพาะในผู้ป่วยเอดส์  ไข่ของเชื้อนี้มีความคงทนสูงและสามารถอยู่นอกร่างกายสิ่งมีชีวิตได้เป็นเดือน และจำนวนของมันเพียงไม่กี่ใบที่ปนเปื้อนในน้ำดื่มก็สามารถทำให้เกิดการระบาดของโรคท้องร่วงได้แล้ว

            การพบไข่ของคริปโตสโพริเดียมกระตุ้นให้ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อและแพทย์ตั้งข้อสงสัยว่าการระบาดของโรคในครั้งนั้นมาจากน้ำประปา  ฉะนั้นการหยุดให้บริการน้ำประปาเท่านั้นจึงจะสามารถหยุดยั้งการแพร่กระจายของโรคได้  แต่การทำเช่นนั้นจะทำให้ประชาชนหมดความเชื่อมั่นต่อน้ำประปาของเมือง ซ้ำยังทำลายชื่อเสียงของอุตสาหกรรมอาหารของเมืองด้วย  อย่างไรก็ดีห้าวันหลังจากการระบาดของโรคโรงทำน้ำประปาได้ปิดตัวลงแม้ว่าในขณะนั้นจะยังไม่มีใครสามารถหาเชื้อพบจากน้ำประปาก็ตาม  ในที่สุดทีมสำรวจก็สามารถหาน้ำที่มีเชื้อนี้พบจากน้ำแข็งซึ่งโรงเก็บน้ำแข็งเก็บน้ำในช่วงที่มีการระบาดของโรคไว้  การระบาดในครั้งนั้นถือได้ว่าเป็นการระบาดของโรคท้องร่วงที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ เพราะมีผู้ป่วยมากถึง 4 แสนคนโดย 4 พันคนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลและมีผู้เสียชีวิตถึง 100 คน

             ผู้เขียนเห็นว่าการระบาดของโรคท้องร่วงที่เมืองมิลวอกีซึ่งเล่าถึงเมื่อตอน 2 น่าจะป้องกันได้ หากรัฐสภาและองค์การปกป้องสิ่งแวดล้อมออกระเบียบเพื่อควบคุมคุณภาพของน้ำใหม่มาตั้งแต่ปี 2529 แล้ว  การที่องค์การปกป้องสิ่งแวดล้อมจำเป็นต้องออกระเบียบควบคุมมาตรฐานน้ำใหม่เพราะ 1) องค์การนั้นทราบดีว่าผลพลอยได้ของการเติมคลอรีนในน้ำประปาทำให้ประชาชนเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง แท้งและเด็กโตช้า 2) ผู้ผลิตทราบดีว่าน้ำประปามีการปนเปื้อนของเชื้อคริปโตสโปเรเดียมซึ่งเป็นสาเหตุของการระบาดของโรคท้องร่วงที่มิลวอกี 3) การประปาพบว่าทุกครั้งที่น้ำประปาขุ่นกว่าปกติแม้จะไม่เกินมาตรฐานที่รัฐกำหนด จำนวนผู้ป่วยด้วยโรคท้องร่วงในเมืองจะเพิ่มสูงขึ้น 4) นักจุลชีววิทยาชาวแคนาดาพบว่าบ้านของชาวมอนทรีออลที่มีเครื่องกรองน้ำใช้ส่วนตัวจะมีอัตราการเกิดโรคอันเกี่ยวเนื่องกับทางเดินอาหารน้อยกว่าบ้านในบริเวณเดียวกันที่ไม่มีเครื่องกรองน้ำ แม้ว่าโรงบำบัดน้ำของเมืองจะถือได้ว่าดีกว่าโรงบำบัดน้ำทุกแห่งทั่วทั้งอเมริกาเหนือก็ตาม  

            หลังการระบาดของโรคท้องร่วงที่เมืองมิลวอกีในปี 2543  การระบาดของโรคท้องร่วงก็เกิดขึ้นอีกครั้งที่เมืองวอลเคอร์ตัน  ในอดีตนั้นน้ำที่ใช้ทำน้ำประปาของเมืองนั้นไม่เคยมีการเติมสารคลอรีนเลย จนเมื่อรัฐออกระเบียบใหม่การประปาของเมืองจึงต้องติดตั้งเครื่องเติมคลอรีน  แต่ผู้มีหน้าที่ติดตั้งเครื่องกลับละเลยจนกระทั่งผลการตรวจน้ำจากห้องปฏิบัติการพบเชื้อแบคทีเรียสองชนิดคือ คอลิฟอร์ม และ อี. โคไล เจ้าหน้าที่จึงติดตั้งเครื่องเติมคลอรีน  แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว ทั้งนี้เพราะเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2543 โรงพยาบาลเด็กในเมืองต้องรับเด็กที่ป่วยด้วยโรคท้องร่วงอย่างรุนแรงเป็นจำนวนมาก  หลังจากผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านสาธารณสุขเข้าสอบสวนก็พบว่าในช่วงระหว่างก่อนการติดตั้งเครื่องเติมคลอรีนนั้น เกิดฝนตกหนักจึงทำให้มีปริมาณน้ำที่มากกว่าปกติไหลลงบ่อบำบัดน้ำประปาที่ยังมิได้ติดตั้งเครื่องเติมคลอรีนจึงทำให้เชื้อ อี. โคไลมีปริมาณเพิ่มขึ้น เชื้อนั้นเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดการระบาดของโรคท้องร่วงรุนแรงจนทำให้ชาวเมืองถึง 2,300 คนจากห้าพันคนป่วยและหลายร้อยคนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล

            หลังจากที่ประชาชนต้องเผชิญกับปัญหาโรคระบาดร้ายแรงจากน้ำมา 2 ครั้งและต้องรอคอยการบัญญัติความหมายของคำว่าน้ำสะอาดใหม่นานกว่าสิบปี เมื่อเดือนธันวาคม 2548 รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ก็ยอมออกกฎเพื่อควบคุมจำนวนเชื้อโรค สารฆ่าเชื้อและผลกระทบ รวมทั้งจำนวนไข่ของเชื้อคริปโตสโปริเดียมในน้ำประปาใหม่   จากตัวอย่างการระบาดของโรคจะเห็นว่ามาตรการกำหนดมาตรฐานมักเกิดขึ้นภายหลังมหันตภัยเท่านั้น ประชาชนจึงต้องเสี่ยงต่อภัยคุกคามซึ่งอาจมาจากเชื้อโรคและสารปนเปื้อน

                    ผู้เขียนเห็นว่าก่อนที่ประชาชนจะสามารถเตรียมการเพื่อรับมือกับภัยคุกคาม พวกเขาควรต้องทราบถึงองค์ประกอบที่จะได้มาซึ่งน้ำสะอาด นั่นคือ 1) แหล่งน้ำ  ทะเลสาบและแม่น้ำซึ่งเป็นแหล่งน้ำของเมืองใหญ่ ๆ ในสหรัฐฯ ได้รับน้ำที่บำบัดและมิได้บำบัดในสัดส่วนที่ไม่เท่ากัน เช่น น้ำประปาที่ชาวนิวยอร์กใช้นั้นมาจากน้ำที่ไหลออกจากระบบบำบัดน้ำเสียซึ่งนำมาพักไว้ในบ่อพักชั่วคราวและได้รับการเติมคลอรีนแล้วเท่านั้น 

                 2) การบำบัดและการจ่ายน้ำ  องค์การประปาแมสซาชูเซตส์พบว่าสาเหตุของการปนเปื้อนเชื้ออี. โคไลในน้ำประปามาจากขี้นกและใช้วิธีทำให้นกตกใจจนไม่เข้าใกล้แหล่งพักน้ำแทนการสร้างโรงกรองน้ำซึ่งประหยัดกว่าก็พบว่ามันก็สามารถลดสิ่งปนเปื้อนจากมูลนกลงจนอยู่ในมาตรฐานที่รัฐกำหนดได้เช่นกัน  เมื่อองค์การปกป้องสิ่งแวดล้อมยอมรับว่าการเติมคลอรีนทำให้ผู้ดื่มเป็นมะเร็งได้ องค์การประปาของแมสซาชูเซตส์จึงเลือกใช้การเติมโอโซนเพื่อบำบัดน้ำประปาให้กับชาวบอสตันแทน  โอโซนมีข้อดีเหนือคลอรีนตรงที่มันสามารถฆ่าไข่ของคริปโตสโปริเดียมได้ด้วย  ท่อประปาก็มีส่วนสำคัญสำหรับน้ำประปาที่สะอาด ทั้งนี้เพราะหากน้ำสะอาดไหลเข้าท่อที่สกปรก น้ำประปาที่ประชาชนใช้ยังคงไม่ปลอดภัยอยู่ดี  องค์การปกป้องสิ่งแวดล้อมของสหรัฐคาดว่ารัฐต้องทำการเปลี่ยนท่อประปาใหม่ทดแทนของเดิมถึง 1 แสนไมล์ภายในปี 2563 ซึ่งต้องใช้เงินถึงกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ และหลังปี 2569 รัฐต้องเปลี่ยนท่อถึง 6 ล้านไมล์ซึ่งต้องใช้เงินอีก 1 ล้านล้านดอลลาร์ซึ่งคงทำได้ยาก ทั้งนี้เพราะการเปลี่ยนท่อนอกจากจะต้องใช้เงินมหาศาลแล้วยังทำให้การจราจรติดขัดซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนไม่ต้องการ

            3) พฤติกรรมของผู้บริโภค  ข้อมูลบ่งว่าชาวอเมริกันดื่มน้ำขวดถึงปีละกว่า 7 พันล้านแกลลอน  การผลิตน้ำขวดและการเคลื่อนย้ายขวดน้ำไปจนถึงผู้บริโภคก็ต้องใช้พลังงานจำนวนมหาศาล  แต่น้ำบรรจุขวดเหล่านี้กลับมิได้มีคุณภาพดีกว่าน้ำจากก๊อกประปาด้วยซ้ำไป  4) การบริหารจัดการ  ผู้เกี่ยวข้องกับวิธีบริหารและควบคุมคุณภาพน้ำประปามิได้มีมาตรการควบคุมและส่งเสริมการทำงานร่วมกันเพื่อให้พวกเขาสามารถที่จะจัดการกับปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว  รัฐจึงควรให้เงินทุนสนับสนุนการทำวิจัยเพื่อค้นหาความเสี่ยงหรือภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้  5) ผู้ก่อการร้าย  ระบบประปาของสหรัฐฯ ตกอยู่ในอันตรายมานานแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่อประปาที่ยาวมากและอยู่ในมุมอับจึงยากแก่การป้องกันการถูกโจมตีจากผู้ก่อการร้าย  ซ้ำร้ายวิธีทำน้ำประปาของสหรัฐฯ ซึ่งมีแค่การเติมสารคลอรีนก็ไม่สามารถป้องกันแบคทีเรียและไม่มีผลต่อสปอร์ของเชื้อแอนแทร็กซ์ด้วย 

            โรคระบาดที่อาศัยน้ำเป็นตัวกลางไม่เพียงแต่เกิดกับประเทศพัฒนาแล้วเท่านั้น มันยังเกิดในประเทศกำลังพัฒนาด้วย  ข้อมูลบ่งว่าโรคท้องร่วงอันเป็นผลมาจากการขาดแคลนน้ำสะอาดได้คร่าชีวิตผู้คนถึงปีละ 1.8 ล้านคนและในจำนวนนี้กว่าร้อยละ 90 เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี  ผู้เขียนได้ยกการระบาดของโรคท้องร่วงในเมืองโกม่า สาธารณรัฐคองโกมาเป็นตัวอย่าง  ในฤดูร้อนปี 2537 ขณะที่นักระบาดวิทยาแห่งองค์การอนามัยโลกชื่อ เลส โรเบิร์ตส์ เดินทางไปยังศูนย์กลางของสำนักงานผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติเมืองโกม่าเพื่อจัดหาน้ำสะอาดให้กับผู้อพยพ เขาได้พบศพหลายร้อยศพกองอยู่ระหว่างทางเข้าค่ายผู้อพยพนั้น  ศพเหล่านั้นหาได้เป็นผลจากการสู้รบไม่ แต่กลับเป็นผลจากการระบาดของโรคอหิวาห์  ข้อมูลบ่งว่าภายในวันที่ 24 กรกฎาคมเพียงวันเดียว จำนวนคนกว่า 1 ใน 3 ของผู้อพยพหรือ 6 พันคนต้องเสียชีวิตลง  โกม่าจึงกลายเป็นดินแดนที่น่าสยดสยองที่สุดในโลก  แพทย์จากองค์กรเอกชนแพทย์ไร้พรมแดนคำนวณว่าค่ายผู้อพยพนั้นต้องการน้ำสะอาดกว่า 3 ล้านแกลลอนเพื่อลดจำนวนคนตายลงจากทุก ๆ 5 นาทีเหลือเพียงร้อยละ 5  แต่ค่ายผู้อพยพแห่งนั้นมีแหล่งน้ำเพียงแห่งเดียวคือทะเลสาบคีวู  พวกเขาใช้แหล่งน้ำนี้ทั้งดื่มกินและชะล้างรวมทั้งทิ้งศพของผู้เสียชีวิตลงไปด้วย  โรเบิร์ตส์จึงแก้ปัญหาด้วยการเติมคลอรีนลงในน้ำแต่ละขวดที่ผู้อพยพกรอกมาใช้ แทนที่จะรอเครื่องเติมคลอรีนมาทำงานให้ซึ่งก็ได้ผลดีเช่นกัน

            น้ำสะอาดเป็นปัญหาสำคัญยิ่งสำหรับประเทศกำลังพัฒนา  ในปัจจุบันประชาชนทั่วโลกกว่า 1.6 พันล้านคนกำลังขาดแคลนน้ำและกว่า 2.6 พันล้านคนไม่สามารถเข้าถึงระบบสุขาภิบาล  นายโคฟี่ อันนัน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติกล่าวว่าโลกจะไม่สามารถพิชิตโรคเอดส์ วัณโรค มาลาเรียและโรคติดเชื้อต่าง ๆ ซึ่งเป็นภัยคุกคามประเทศกำลังพัฒนาได้จนกว่าโลกจะสามารถจัดหาน้ำสะอาดและระบบสุขาภิบาลได้อย่างเพียงพอและทั่วถึง  ดังนั้นประเทศพัฒนาแล้วจึงต้องช่วยพัฒนาระบบสุขาภิบาลให้กับประเทศกำลังพัฒนา

            ในบทสรุป ผู้เขียนแนะนำกลยุทธ์ในการป้องกันระบบประปาไว้ดังนี้ 1) รัฐควรจัดเตรียมเงินทุน นโยบายและเทคนิคเพื่อส่งเสริมการทำน้ำให้สะอาดเพื่อลดการเกิดโรคระบาดทางน้ำ 2) สร้างระบบป้องกันแหล่งน้ำให้ดียิ่งขึ้นไปอีกด้วยการเพิ่มความร่วมมือระหว่างองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกัน 3) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีบำบัดน้ำที่ดีขึ้นกว่าเดิม 4) ทำน้ำสะอาดหลายครั้งด้วยวิธีต่างกันก่อนนำไปใช้ 5) ซ่อมแซมและเปลี่ยนท่อใหม่ 6) เพิ่มระบบการกรองที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม 7) หามาตรการในการเพิ่มคุณภาพน้ำสะอาดแทนที่จะทำเพียงแค่หาหนทางแก้ไขปัญหา

            ข้อคิดเห็น:  หนังสือเล่มนี้เล่าถึงประวัติศาสตร์การค้นหาสาเหตุการระบาดของโรคติดต่อที่อาศัยน้ำเป็นสื่อ และพัฒนาการการทำน้ำประปาไว้อย่างสนุก อีกทั้งยังทำให้ทราบว่าโรคระบาดที่อาศัยน้ำเป็นสื่อก็สามารถเกิดขึ้นได้ในประเทศพัฒนาแล้วเช่นสหรัฐเหมือน ๆ กันกับประเทศกำลังพัฒนาด้วยซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้อ่านอาจไม่เคยนึกถึงมาก่อน  นอกจากนี้ข้อมูลจากหนังสือยังทำให้ผู้อ่านทราบว่าน้ำประปามีความเสี่ยงสูงจากการถูกโจมตีของผู้ก่อการร้ายและสามารถเป็นสื่อที่นำความตายมาสู่ประชาชนโดยไม่รู้ตัว การดูแลและทำนุบำรุงระบบประปาเพื่อให้น้ำประปามีคุณภาพดีจึงมีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนอย่างยิ่งยวด

Rating: 5 stars

Tags: , , ,

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

Comments are closed.

+(reset)-

Ratings Plugin created by Cheap Web Hosting - Powered by Attache Case and VLC Player Download.