You are here: Home > Art & Culture > Mihály Munkácsy ศิลปินฮังกาเรียนแห่งยุค Realism

Mihály Munkácsy ศิลปินฮังกาเรียนแห่งยุค Realism

 

โดย พญ. นภาพร ลิมป์ปิยากร

                Mihály Munkácsy เป็นชาวเยอรมันโดยกำเนิด  เมื่อเขามีโอกาสฝึกวาดภาพจาก Elek Szamossy ศิลปินชาวฮังกาเรียน เขาจึงเดินทางไปที่เปสต์ เมืองหลวงของฮังการีในขณะนั้น เพื่อขอทุนการศึกษา  หลังจากนั้นเขาเข้าศึกษาต่อที่ Academy of Vienna กับ Karl Rahl ในปี 1865 และศึกษาต่อที่ Munich และ Dusseldorf ในเยอรมนีในอีก 2 ปีต่อมา  แม้ว่าเขาจะได้มีโอกาสเรียนรู้ทางด้านศิลปะกับโรงเรียนหลายแห่งแล้วก็จริง แต่เขายังคงต้องการพัฒนาฝีมือต่อไป  ฉะนั้นเขาจึงเดินทางไปศึกษาต่อที่กรุงปารีสอันเป็นเมืองที่ศิลปะกำลังรุ่งเรืองถึงขีดสุดในขณะนั้น 

       

Churning woman

Churning woman

  Munkácsy เป็นผู้ที่พยายามพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง เขาจึงมีผลงานหลากหลายแบบ  ในช่วงแรกผลงานของเขาซึ่งเป็นแนว Realism จะใช้สีแบบทึม ๆ คล้ายกับผลงานของศิลปินฮังกาเรียนที่มีชื่อเสียงคนอื่น ๆ ในยุคนั้น เช่น Karoly Lotz  แต่งานของเขาส่วนใหญ่เป็นภาพเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของชาวนาและคนยากจน เช่น The Condemned Cell, Woman Carrying Brushwood  และ Churning Woman  ฉากชีวิตในชนบทมักเตือนให้เขารำลึกถึงความยากลำบากเมื่อสมัยยังเป็นเด็กยากจนเสมอ  ภาพเหล่านี้จึงแสดงถึงความเป็น Realism หรือชีวิตที่แท้จริงของชาวบ้านในยุคสมัยนั้นได้อย่างยอดเยี่ยม  โทนสีของภาพที่ออกทึม ๆ หรือมืดดำ สีหน้าของหญิงวัยกลางคนที่ดูเหน็ดเหนื่อยเศร้าหมอง มือที่เหี่ยวย่น เสื้อผ้าที่ดูขาดวิ่น และเครื่องมือเครื่องใช้ที่สกปรกรอบตัวแสดงให้เห็นถึงชีวิตที่ยากลำบากและขาดแคลน  Churning Woman จึงเป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงความหดหู่ของศิลปินเมื่อเขาต้องเผชิญกับความจริงที่หมองเศร้าของชีวิต

                            
The Blind Milton Dicating Paradise Lost to his Daughters

The Blind Milton Dicating Paradise Lost to his Daughters

ในปี 1878 เขาวาดภาพประวัติศาสตร์ชื่อ The Blind Milton Dictating Paradise Lost to his Daughter  ภาพนี้มีความโดดเด่นตรงที่ เขาวาด Milton กวีที่มีชื่อเสียงในช่วงเวลาที่ยากลำบากและเจ็บปวดของชีวิตแทนที่จะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขในห้องที่มีการตกแต่งอย่างหรูหรา  ภาพนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นในการวาดภาพคนร่ำรวยในสถานที่หรูหรา (Salon Picture) ของเขานับจากนั้นมา  ภาพแนวนี้เป็นที่นิยมของเศรษฐีชาวอเมริกัน เขาจึงได้รับค่าตอบแทนอย่างงาม  ผลงานนี้ไม่เพียงนำมาซึ่งชื่อเสียงและทรัพย์ศฤงคารมากมายเท่านั้น มันยังกลายเป็นจุดหักเหที่สำคัญของชีวิตเพราะมันถูกขายให้กับ Charles Sedelmeyer พ่อค้าชาวออสเตรียซึ่งกลายเป็นผู้เสนอสัญญาการวาดภาพสิบปีให้กับเขาในเวลาต่อมา 

Trilogy - Ecce Homo

Trilogy - Ecce Homo

 

Trilogy - Golgotha

Trilogy - Golgotha

Trilogy -  Christ before Pilate

Trilogy - Christ before Pilate

 เขาจึงได้วาดภาพ Trilogy ซึ่งประกอบด้วย ภาพ Christ before Pilate ภาพ Golgotha และ Ecce Homo  ภาพชุดนี้ได้ถูกนำไปจัดแสดงตามห้องภาพต่าง ๆ ทั่วโลก

               แม้ว่า Munkácsy จะเป็นศิลปินที่มีความสามารถมาก แต่เขากลับเป็นผู้ที่ขาดความมั่นใจในตัวเองอย่างมากจนถึงกับป่วยเป็นโรคซึมเศร้า  ซ้ำร้ายในปลายทศวรรษที่ 1890 เขายังเกิดอาการกำเริบจากโรคซิฟิลิสจึงทำให้เขาสร้างผลงานออกมาด้วยความยากลำบาก  ภาพสุดท้ายในชีวิตของเขา Victim of Flowers ซึ่งเป็นภาพของผู้หญิงที่เสียชีวิตจากการดมดอกลิลลี่ที่มีกลิ่นรุนแรงเกินไปจึงเป็นภาพที่แม้จะดูโรแมนติก แต่กลับเป็นภาพที่ดูแปลกไปจากผลงานอื่น ๆ ของเขาตรงที่ฝีแปรงดูเหมือนยุ่งเหยิง และภาพดูเหมือนยังวาดไม่เสร็จ  ทั้งนี้อาจเป็นเพราะในเวลานั้นอาการทางจิตของเขากำเริบมากแล้วก็เป็นได้

           กระนั้นก็ตามเขาก็ยังคงได้รับการยกย่องให้เป็นผู้กำหนดมาตรฐานใหม่ทางด้านศิลปะ และยังเป็นผู้ที่ใช้เทคนิคของสีแบบโบราณกับงานร่วมสมัยของคริสต์ศตวรรษที่ 19 ได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งของวงการศิลปะฮังการีเลยทีเดียว    

The Sacrifice of flowers or Victim of Flowers

The Sacrifice of flowers or Victim of Flowers

In the Park

In the Park

Rating: 4 stars

Tags: , , , ,

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

Comments are closed.

+(reset)-

Ratings Plugin created by Cheap Web Hosting - Powered by Attache Case and VLC Player Download.