You are here: Home > Hot Topic, Medical Science > ดื่มกาแฟวันละนิดจิตแจ่มใส?

ดื่มกาแฟวันละนิดจิตแจ่มใส?

โดย พญ.นภาพร ลิมป์ปิยากร

                เมื่อตอนเป็นเด็ก คนส่วนใหญ่คงเคยได้รับคำสอนมาว่า เป็นเด็กเป็นเล็กห้ามกินกาแฟ เพราะมันเป็นสิ่งไม่ดี เป็นสารเสพติด แต่พอโตขึ้น การดื่มกาแฟกลับเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันของหลาย ๆ คน ตกลงแล้วกาแฟมีประโยชน์หรือโทษต่อร่างกายกันแน่ ถ้ามีประโยชน์ทำไมเด็กจึงดื่มไม่ได้ หากมีโทษทำไมผู้ใหญ่จึงดื่มกาแฟ

                กาแฟเครื่องดื่มที่มีมาตั้งแต่ 800 ปีก่อนคริสต์กาลนี้มีผลต่อหลายอวัยวะของร่างกาย ตั้งแต่ 1) ระบบหลอดเลือดหัวใจ  ปัจจุบันแม้ว่าการศึกษาด้านการแพทย์พบว่า การดื่มกาแฟต้มวันละ 1-2 แก้วจะทำให้ระดับคอเลสเตอรอล LDL ไขมันที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเพิ่มขึ้น แต่โดยรวมแล้วมันกลับไม่มีผลต่อระบบหลอดเลือดหัวใจหรือไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเส้นเลือดหัวใจตีบเลย   นอกจากนี้การศึกษาจากมหาวิทยาลัยในเนเธอร์แลนด์ยังพบว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟวันละ 2-3 แก้วเป็นประจำลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบด้วย 

                ส่วนกลุ่มคนที่มีโรคความดันโลหิตสูงอยู่นั้น แม้ว่ากาแฟอาจทำให้ชีพจรเต้นเร็วขึ้น และมีการศึกษาที่พบว่า และการศึกษาหนึ่งพบว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟตั้งแต่ 5 แก้วต่อวันจะมีความดันสูงกว่าปกติได้ 1-2 mmHg และผู้ที่ได้รับ Caffeine capsule จะมีระดับความดันเพิ่มขึ้น 4 mmHg แต่โดยรวมแล้วยังคงไม่มีการศึกษาใดชี้ว่ากาแฟทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นเลย

                2) ระบบหลอดเลือดสมอง โรคของระบบนี้ที่คนส่วนใหญ่กลัวมากที่สุดก็คือ โรคอัมพฤกษ์หรืออัมพาต (Stroke)  จริงอยู่สิ่งที่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อโรคระบบหลอดเลือดหัวใจ มักเป็นปัจจัยเดียวกันกับระบบหลอดเลือดสมอง  แต่สำหรับกาแฟนั้น กลับมีข้อมูลที่ต่างออกไป นั่นคือ การศึกษาจาก Karolingska Institute กรุงสต็อกโฮมสวีเดนที่ทำกับประชาชนร่วมครึ่งล้านพบว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟวันละสองแก้วมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัมพฤกษ์ต่ำกว่าคนทั่วไป 14% และหากดื่มเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 3-4 แก้วความเสี่ยงจะลดลงเพิ่มขึ้นเป็น 17%  แต่ยังไม่มีการศึกษาในกลุ่มคนที่ดื่มกาแฟตั้งแต่ 5 แก้วขึ้นไปว่าจะให้ผลเช่นใด  นอกจากการศึกษานี้แล้ว การศึกษาที่ทำโดย the US Nurses Health Studyในสหรัฐฯ เกี่ยวกับกาแฟและโรคหลอดเลือดสมองก็ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน ยิ่งกว่านั้นยังมีการศึกษาด้วยวิธีการสังเกตที่ทำกับผู้หญิง 5 หมื่นคนในสหรัฐฯ พบว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟวันละ 2 แก้วมีความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าน้อยกว่าคนทั่วไปด้วย

                3) ตับอ่อน โรคท็อปฮิตจากความผิดปกติของอวัยวะนี้ก็คือ เบาหวานซึ่งมักเป็นในกลุ่มคนในวัยทำงานและวัยชรา  เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า เบาหวานไม่เพียงมีความเสี่ยงจากพันธุกรรมเท่านั้น ยังมีความเสี่ยงจากอาหารด้วย  หลายคนจึงสงสัยว่าการดื่มกาแฟเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานหรือไม่โดยเฉพาะกลุ่มที่ดื่มกาแฟจัด  การศึกษา meta-analysis ซึ่งมีจำนวนผู้เข้าร่วมการศึกษาถึง 457,922 คนพบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 3-4  แก้วลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานได้ถึง 25% เทียบกับกลุ่มที่ดื่มต่ำกว่าวันละ 2 แก้ว และกลุ่มที่ดื่มเพิ่มขึ้นถึงวันละ 6-8 แก้วยังลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นอีก 5-10% ด้วย  แต่การที่กาแฟลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานนั้นอาจมิได้เป็นผลมาจาก Caffeine ส่วนประกอบที่สำคัญของกาแฟ เพราะกลุ่มที่มีความเสี่ยงลดลงนี้ดื่มกาแฟ decaffeine ด้วย  เป็นไปได้ว่าความเสี่ยงที่ลดลงเป็นผลมาจากสาร antioxidants เช่น  chlorogenic acid และ trigonelline ที่เป็นส่วนประกอบในชาหรือกาแฟต่างหาก   

                 4) โรคตับและถุงน้ำดี  การศึกษาพบว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 1-5 แก้วจะมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งตับลดลงถึง 43% อันเป็นผลมาจากการที่กาแฟลดอัตราการเกิดผังผืด (Fibrosis) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนที่ดื่มสุรามาก ตับแข็ง และเป็นโรคไวรัสตับอักเสบ C  ถึงกระนั้นก็ตาม การลดลงของมะเร็งตับอาจมิได้เป็นผลมากจาก Caffeine ซึ่งพบในชาเช่นกัน แต่เป็นผลมาจาก Chlorogenic and caffeic acids สารที่มีฤทธิ์ต้านไวรัสและ kahweol and cafestol สารที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็งซึ่งเป็นส่วนประกอบในกาแฟต่างหาก

                นอกจากนี้ การศึกษาในสหรัฐฯ ยังพบว่า กาแฟกระตุ้นให้เกิดการหลั่ง plasma cholecystokinin ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นให้ถุงน้ำดีบีบตัว กาแฟจึงเหมาะกับผู้ที่ยังไม่มีนิ่ว เพราะการที่ถุงน้ำดีบีบตัวบ่อย ๆ จะทำให้นิ่วไม่สามารถก่อตัวได้ แต่มันกลับให้ผลตรงข้ามกับผู้ป่วยที่มีนิ่วในถุงน้ำดีอยู่แล้ว เพราะการบีบตัวของถุงน้ำดีที่มากขึ้นทำให้ผู้ป่วยที่มีนิ่วอยู่เกิดอาการปวดท้องได้

                5) กระดูก การศึกษาของ  USA Nurse’s Health และ Carol Simontacchi นักโภชนาการพบว่า กาแฟลดความสามารถในการดูดซึมแคลเซียม ซ้ำยังลดปริมาณแคลเซียมในกระดูกด้วยจึงไม่เหมาะกับผู้หญิงที่หมดประจำเดือนแล้วเพราะเท่ากับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน 

                  การศึกษาที่กล่าวมาข้างต้นคงทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกอุ่นใจขึ้นกับการดื่มกาแฟวันละ 1-2 แก้ว ยกเว้นผู้ที่มีโรคนิ่วที่ถุงน้ำดี  และหญิงวัยหมดประจำเดือน ซ้ำยังอาจลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้าได้ด้วย  ถึงกระนั้นก็ตาม พฤติกรรมของการดื่มกาแฟก็อาจก่อให้เกิดโรคได้อยู่ดีโดยเฉพาะโรคไขมันในเลือดสูง อ้วนและเบาหวาน หากผู้ดื่มนิยมเติมครีมและน้ำตาลทีละมาก ๆ   นอกจากนี้การดื่มกาแฟวันละเกินสี่แก้วขึ้นไปก็อาจทำให้บางคนกระสับกระส่าย นอนไม่หลับจนก่อให้เกิดความเครียดตามมาได้ ทั้งนี้ขึ้นกับความไวต่อ Caffeine ของแต่ละคนด้วย  ถึงกระนั้นก็ตาม ข้อมูลด้านการแพทย์ส่วนใหญ่ก็ยืนยันว่า ดื่มกาแฟวันละนิดจิตแจ่มใสแน่นอน

Rating: 5 stars

Tags: , , , , , , , , , ,

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

Comments are closed.

+(reset)-

Ratings Plugin created by Cheap Web Hosting - Powered by Attache Case and VLC Player Download.