You are here: Home > Social Science > สมมติฐานเกี่ยวกับความสุข Happiness Hypothesis : Finding Modern Truth in Ancient

สมมติฐานเกี่ยวกับความสุข Happiness Hypothesis : Finding Modern Truth in Ancient

โดย พญ. นภาพร ลิมป์ปิยากร

               การพยายามวิ่งหาความสุขและอธิบายเกี่ยวกับความสุขเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ประวัติศาสตร์แล้ว ความสุขคืออะไรกันแน่ และเราจะได้มันมาได้อย่างไร  หนังสือ The Happiness Hypothesis ที่ถูกเขียนขึ้นครั้งแรกในปี  2006 โดย Jonathan Haidt ศาสตราจารย์ด้าน Ethical Leadership  แห่ง New York University’s Stern School of Business และ  co-developer of Moral Foundations theory นี้จะให้คำอธิบายว่า  1. ทำไมการทำงานของจิตใจจึงมีอิทธิพลต่อความสุข  2. แท้ที่จริงแล้ว มนุษย์ไม่ได้ตัดสินใจอย่างมีเหตุผล แต่ใช้สัญชาตญาณและอารมณ์มากกว่า  3. จิตใจมนุษย์ทำงานอย่างไร  4. ทำไมความชอบจึงเป็นสิ่งสำคัญเพียงข้อเดียวในความสัมพันธ์แบบโรแมนติกในระยะเริ่มต้น 5. ทำไมการมีความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดีจึงมีส่วนสำคัญยิ่งต่อการมีสุขภาพดี  และ 6.  เหตุใดสุขภาพดีจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราเป็นผู้ให้มากกว่าเป็นผู้รับ 

                  แท้ที่จริงแล้วจิตใจของเราแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนที่มีเหตุผลซึ่งผู้เขียนเรียกว่าผู้ขี่ (rider) และส่วนที่ไม่มีเหตุผลและควบคุมไม่ได้ซึ่งผู้เขียนเรียกว่าช้างป่า (wide elephant)  เราจะเห็นการทำงานของช้างป่าได้ในหลาย ๆ ทาง อาทิ  1. เราไม่สามารถที่จะควบคุมร่างกายของเราทั้งหมดได้ด้วยจิตสำนึก อวัยวะบางอย่างทำงานอย่างอิสระ เช่น หัวใจทำให้เราไม่สามารถที่จะควบคุมชีพจรได้ ทั้งนี้เพราะเรามีสมองที่สองที่เรียกว่า gut brain ซึ่งทำงานอัตโนมัติ และไม่สามารถตัดสินได้อย่างมีเหตุผล

                 มนุษย์มีส่วนของสมองที่เก่าแก่ที่เรียกว่า limbic system ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับสัญชาตญาณพื้นฐาน เช่น เรื่องเพศ และการหิว และส่วนของสมองที่ใหม่กว่าที่เรียกว่า neocortex ซึ่งควบคุมเกี่ยวกับการให้เหตุผล และการดำรงอยู่ อีกทั้งยังกำกับพฤติกรรมเกี่ยวกับสัญชาตญาณที่ควบคุมโดยสมองส่วนเก่าแก่ให้อยู่ในร่องในรอยด้วย  หากสมองส่วนใหม่นี้ถูกทำลาย มนุษย์ก็จะไม่สามารถที่จะควบคุมพฤติกรรมบางอย่างได้ เช่น ไม่สามารถหยุดกินเมื่อหิว และไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองเมื่อเห็นผู้หญิงสวย

                    ในการควบคุมสมองส่วนเก่าแก่นี้ มนุษย์ใช้ภาษาในการวางแผนก่อนที่จะแนะนำสมองส่วนช้างป่าที่รับผิดชอบต่อสัญชาตญาณและอารมณ์  โดยทั่วไปมนุษย์ควรตัดสินใจบนเหตุผล แต่พวกเขากลับใช้อารมณ์นำมากกว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะสมองส่วนช้างป่าซึ่งมนุษย์ไม่สามารถควบคุม มีแนวโน้มที่จะมีอำนาจเหนือสมองส่วนใหม่ที่มนุษย์สามารถควบคุมได้มากกว่า

                     เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า ยีนมีผลต่อความสุข แต่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบความคิดก็สามารถทำให้มนุษย์มีความสุขเพิ่มขึ้นได้เหมือนกัน โดยเนื้อแท้แล้วไม่มีอะไรดีหรือแล้ว มีแต่ความคิดของเราต่างหากที่บอกว่ามันดีหรือเลว แล้วอะไรที่มนุษย์สามารถที่จะทำได้เพื่อเปลี่ยนแปลงความคิดล่ะ การที่มนุษย์มักมองสิ่งต่าง ๆ ในแง่ร้าย เป็นผลมาจากช้างป่า หรือความคิดอัตโนมัติ ทั้งนี้เพราะการที่บรรพบุรุษของเราสามารถรอดชีวิตได้ด้วยความสามารถในการจดจำอันตราย จึงทำให้เรามีวิวัฒนาการในการตอบสนองต่อสิ่งที่เลวมากกว่าสิ่งที่ดี เมื่อเราเผชิญหน้ากับสัตว์ป่า เราย่อมหวาดกลัวและถอยหนีทันที  ส่วนการรู้สึกมีความสุขกับเรื่องใด ๆ นั้น เราต้องได้มันมาซ้ำ ๆ ก่อนซึ่งต้องอาศัยสมองส่วนใหม่ที่พัฒนาช้ากว่ามาเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับความสุข นอกจากสัญชาตญาณและการเรียนรู้แล้ว พันธุกรรมก็มีส่วนในการตอบสนองต่อการมองโลกในแง่ดีและแง่ร้ายด้วย  การศึกษาพบว่าเด็กที่มีสมองด้านขวาเด่นจะมีความสุขน้อยกว่าเด็กที่มีสมองด้านซ้ายเด่น และ 50-80% ของระดับความสุขถูกตัดสินโดยพันธุกรรม

                 อย่างไรก็ตามผู้ขี่หรือสมองส่วนใหม่สามารถที่จะใช้เทคนิคในการฝึกช้างป่าหรือสมองส่วนอัตโนมัติให้มีความสุขมากขึ้นได้ เช่น การนั่งสมาธิทุกวันสามารถที่จะลดทอนความเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย ความคิดลบ และเปลี่ยนมุมมองของโลกไปสู่การมองโลกในแง่บวกได้   การปรับเปลี่ยนความคิด (Cognitive Therapy) อันเป็นทฤษฏีที่ถูกค้นพบตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 1960 เพื่อใช้ในการรักษาโรคซึมเศร้า ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะทดแทนความคิดลบ การโทษตัวเองไปสู่ความคิดที่เป็นบวกมากขึ้นได้

                       นอกจากสิ่งแวดล้อม และพันธุกรรมแล้ว ความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนต่อความสุข ทั้งนี้เพราะความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันเป็นรากฐานของการอยู่ร่วมกันในสังคม มนุษย์ถูกปลูกฝังสัญชาตญาณของการมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันมาตั้งแต่อดีตกาลแล้ว เพราะความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันเพิ่มความสามารถในการอยู่รอด เช่น เมื่อคนในกลุ่มฆ่าสัตว์ได้มากกว่าที่เขาจะกินได้ เขามักเลือกที่จะแบ่งปันให้คนอื่นเพื่อให้คนทั้งกลุ่มก็รอดตายไปพร้อมกัน การเลือกไม่แบ่งปันไม่ให้ประโยชน์อะไรกับเขาเลยเพราะยังไงเขาก็กินไม่หมดอยู่แล้ว และการทำเช่นนี้ยังทำให้เขาได้มีโอกาสรับการแบ่งปันในอนาคตด้วย

                  อย่างไรก็ดี การเลือกความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันเป็นสิ่งสำคัญก็อาจไม่ได้ให้แต่ผลดีเสมอไป หากมันต่อต้านความสนใจของเรา การศึกษาพบว่า เมื่อ 2 คนได้รับเงินรวม 25 เหรียญโดยคนแรกต้องเป็นผู้ตัดสินว่าจะแบ่งเงินอย่างไร ส่วนคนที่สองมีสิทธิเลือกจะที่เอาหรือไม่เอาเท่านั้น หากคนที่สองไม่เอา ทั้งสองคนก็จะไม่ได้อะไรเลย  โดยทั่วไปหากคนแรกมีเหตุผล เขาควรให้คนที่สองเพียง 1 เหรียญเท่านั้น และคนที่สองก็ควรตัดสินใจรับทุกกรณีที่มากกว่า 1 เหรียญด้วย แต่ผลของการศึกษาพบว่า คนส่วนใหญ่ให้เงินคนที่สองถึงครึ่งหนึ่ง และถ้าคนแรกให้เงินน้อยกว่า 7 เหรียญ คนที่สองมักไม่รับ และเลือกที่จะไม่มีเงินเลย การทำเช่นนี้ของทั้งคู่อาจดูไม่มีเหตุผล เพราะคนที่สองควรรับเงินไม่ว่าเท่าใดที่มากกว่า 1 เหรียญ เพราะทำให้เขามีเงินเพิ่มขึ้นอยู่ดี  อย่างไรก็ดี หลักการของความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันก็คือ มนุษย์มักจะแก้แค้นหากรู้สึกถูกล่วงละเมิด เช่น ถูกนินทา หากคนอื่นไม่ตอบสนองต่อความต้องการของเรา เราก็จะบอกคนอื่นถึงพฤติกรรมของคน ๆ นั้น เพื่อพยายามทำให้เขาเสียชื่อเสียงในหมู่สมาชิก การศึกษาข้างต้นนี้ทำให้เราเห็นว่า แท้ที่จริงแล้ว มนุษย์ไม่ได้ใช้เหตุผลเสมอไป เพื่อให้ตัวเองมีความสุข

                  นอกจากความสัมพันธ์แล้ว การขาดความสามารถในการเห็นความผิดของตัวเองเป็นอุปสรรคที่สำคัญในการมีความสุข  คนส่วนใหญ่คงเคยมีความขัดแย้งกับเพื่อนมาแล้ว และสงสัยหรือไม่ว่าทำไมเพื่อนถึงมองไม่เห็นความผิดพลาดของตัวเองที่เพิ่งทำลงไป แท้ที่จริงแล้ว ความรู้สึกนี้มักเกิดขึ้นทั้งสองฝ่าย ตัวเราเองก็มักมองไม่เห็นความผิดของตัวเองด้วย เพราะการมองเห็นความผิดของตัวเองเป็นความไม่น่ารื่นรมย์อย่างยิ่ง  ดังนั้น ทั้งคนขี่หรือสมองส่วนใหม่และช้างป่าหรือสมองส่วนอัตโนมัติจึงมักละเลย  การต่อต้านความไม่พึงพอใจที่จะเห็นความผิดของตัวเองที่เพิ่งกระทำลงไป มักทำให้เราปฏิเสธทันที ซ้ำร้ายในกรณีเช่นนี้ การตอบสนองอย่างทันทีทันใดซึ่งเป็นปฏิกิริยาของช้างป่าหรือสมองส่วนอัตโนมัติจะมีผู้ขี่หรือสมองส่วนใหม่ช่วยต่อต้านให้อีกแรงหนึ่งด้วย  แทนที่ผู้ขี่หรือสมองส่วนใหม่จะพิจารณาถึงข้อกล่าวหาอย่างสงบ ผู้ขี่หรือสมองส่วนใหม่กลับพยายามหาปัจจัยที่สนับสนุนการกระทำของช้างป่าตามสัญชาตญาณแทน

                     แม้ขบวนการนี้จะเกิดขึ้นอย่างปกติ แต่อคติของคนขี่ต่อช้างป่ากลับเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งกับคนอื่น ทั้งนี้เพราะมนุษย์ชอบที่จะมองโลกในแง่ดีและเลว และเรามักเชื่อว่าเราเป็นฝ่ายดี ผลก็คือเราเลยมองไม่เห็นความผิดของตัวเอง เช่น เมื่อคนสองคนแบ่งห้องพักกันอยู่ การต่อสู้มักเกิดขึ้นเมื่ออีกคนรู้สึกว่าตัวเองทำงานบ้านมากกว่า เช่น คนหนึ่งบอกว่าเขาทำอาหารบ่อยกว่า อีกคนก็อ้างว่าเขาทำความสะอาดบ่อยกว่า โดยอ้างว่าก็คุณชอบทำอาหารไม่ใช่หรือ มันก็ไม่ควรเป็นงานสำหรับคุณน่ะสิ  ในขณะที่ความขัดแย้งเช่นนี้มักไม่มีจุดจบ มันเลยทำให้ความสัมพันธ์แตกหักลง แต่หากคุณหันมาใช้สติให้มากขึ้นในการมองความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และมองหาว่า เราทำอะไรผิดหรือเปล่า และลดความอคติลง ตามหลักของความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งก็จะยอมรับเองว่าเป็นความผิดของเขา และเราก็จะสามารถกล่าวคำขอโทษได้อย่างจริงใจส่งผลให้ความขัดแย้งยุติลงจนมีความสุขมากขึ้น

                     บางคนก็ทึกทักว่าวิธีการคิดของเรามีผลต่อการรับรู้ว่าดีหรือเลวเท่านั้น โลกภายนอกไม่มีผลต่อความสุขของเราเลย ความจริงนี้ถูกเพียงครึ่งเดียว  โดยทั่วไปคนมีแนวโน้มที่จะปรับตัวต่อเงื่อนไขใหม่ตลอดเวลา เหตุการณ์ภายนอกมักส่งผลต่อความสุขของมนุษย์น้อยมาก  การศึกษาพบว่า จากมุมมองทางด้านวิวัฒนาการ การเน้นไปที่การปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อมใหม่ในชีวิตมีความสำคัญต่อการมีความสุขมากกว่าเรื่องราวในอดีต  เช่น การศึกษาในคนไข้ที่เป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงมา และคนที่ถูกลอตเตอรี่พบว่า คนที่ถูกลอตเตอรี่มีความสุขมากกว่าคนเป็นอัมพาตแต่เพียงระยะเวลาสั้น ๆ หลังจากไม่กี่เดือน ทั้งสองกลุ่มกลับมีความสุขในระดับเดิมซึ่งพอ ๆ กัน

                    แม้การปรับตัวจะมีส่วนทำให้มนุษย์มีความสุข แต่การมีความสัมพันธ์ที่ดีในสังคมก็ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อความเป็นอยู่ที่ดี ทั้งนี้เพราะหากเราขาดการมีสัมพันธภาพที่ดีในสังคม เราจะเป็นคนที่ไร้สุขอย่างมาก  การศึกษาพบว่า คนที่มีเพื่อนมาก หรือมีการแต่งงานที่มีความสุขจะมีระดับความสุขมากกว่าคนทั่วไป

                     นอกจากเรื่องความสัมพันธ์ในสังคมแล้ว การที่เราได้ทำสิ่งที่เราทำได้ดีก็มีส่วนทำให้เรามีความสุขเช่นกัน คนแต่ละคนมีข้อดีต่างกัน เช่น คนที่มีทักษะดีในการปฏิสัมพันธ์ การเป็นนักประชาสัมพันธ์ย่อมนำมาซึ่งความสุขอย่างยิ่ง  ยิ่งกว่านั้น ระดับความสุขของเขาจะไม่มีวันลดลงด้วย เพราะงานไม่เคยเก่า แต่จะทำให้เขามีความสุขในทุก ๆ วันต่างหาก

                        สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดต่อความสุขอีกอย่างก็คือ ความรัก ไม่ว่าคุณจะชอบ The Beatles หรือไม่ก็ตาม แต่พวกเขาก็พูดถูกเรื่องหนึ่งก็คือ สิ่งที่ทุกคนต้องการก็คือความรัก ทั้งนี้เพราะความรักเป็นปัจจัยพื้นฐาน จำเป็นสำหรับการมีชีวิตอยู่  และไม่มีอะไรมาทดแทนได้ เฉกเช่นเดียวกันกับนมแม่ที่จำเป็นสำหรับเด็กแรกเกิด  นมแม่เป็นความผูกพันที่แนบแน่นและจำเป็นต่อการพัฒนาของเด็กทารกในอนาคต ความผูกพันนี้จะตระเตรียมความรู้สึกมั่นคง และการเป็นเจ้าของให้กับเด็กซึ่งเด็กจะนำติดตัวไปชั่วชีวิต การศึกษาในลิงพบว่า ลิงที่ถูกเลี้ยงด้วยนมของเพศเมียหลาย ๆ ตัวไม่สามารถที่จะพัฒนาการเข้าสังคม และทักษะในการแก้ไขปัญหาได้  ยิ่งกว่านั้นความรักของพ่อแม่ที่เด็กได้รับจะเหมือนประสบการณ์ความรักแบบโรแมนติกในเวลาต่อมาด้วย เช่น การกอด การสบตา และความรู้สึกกระวนกระวายเมื่อห่างหาย

                  ความสามารถในการแก้ไขปัญหาเพื่อผ่านประสบการณ์ที่ยากลำบากเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้คนมีความสุข คนส่วนใหญ่เชื่อว่า อะไรที่ไม่ฆ่าคุณมักทำให้คุณเข้มแข็งขึ้นและมีความสุขมากขึ้น  และการเจริญเติบโตของชีวิตมักเป็นผลมาจากการที่เราผ่านประสบการณ์ที่ยากลำบากหรือต้องเผชิญกับปัญหาหนักหน่วงมาก่อน การศึกษาพบว่า ผู้ที่ผ่านประสบการณ์ที่ยากลำบากมักได้ประโยชน์จากความทุกข์ครั้งนั้น ๆ พวกเขามักได้รับความมั่นใจเพิ่มขึ้นหลังตกงานหรือสูญเสียคนรัก เพราะหากเขาสามารถก้าวพ้นประสบการณ์เลวร้ายได้ ตัวตนของเขาจะเปลี่ยนแปลงไปจนเข้มแข็งขึ้น  และยังทำให้สัมพันธ์ที่ยังดำรงอยู่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นด้วยอันเป็นผลมาจากความช่วยเหลือจากคนรักหรือเพื่อนนั่นเอง  นอกจากนั้น  การเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ยากลำบากยังเป็นการเปิดโอกาสให้เราได้เปลี่ยนมุมมองใหม่และกลายเป็นคนมีเหตุผลมากขึ้นอีกต่างหากด้วย

                          คนส่วนใหญ่มักคิดว่าการรับทำให้เรามีความสุขมากกว่าการให้ ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ การเห็นประโยชน์ของผู้อื่นเป็นการมีชีวิตอย่างมีความหมายและเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเรากับผู้อื่นอันนำมาซึ่งผลประโยชน์และความสุข  การศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือผู้อื่นมักอายุยืนกว่าและมีความสุขมากกว่าผู้สูงอายุที่รอแต่จะได้รับ  แต่การเห็นแก่ผู้อื่นและการทำความดีต้องการการฝึกฝน ไม่ใช่เกิดขึ้นจากแค่การสอนเฉย ๆ แนวคิดเกี่ยวกับความดีที่มีมาตั้งแต่ประวัติศาสตร์  ความดีหมายถึงคุณลักษณะต่าง ๆ เช่น การเป็นคนมีศีลธรรม และการเห็นแก่ผู้อื่น  คุณลักษณะอย่างนี้ถูกเชื่อว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่นำสู่ความสุขในชีวิต

                  อย่างไรก็ดี ศีลธรรมของชาวตะวันตกในยุคปัจจุบันกลับเต็มไปด้วยความหลอกลวงและขาดประสิทธิภาพ ทั้งนี้เพราะเด็กชาติตะวันตกสอนให้คิดเกี่ยวกับจริยธรรม แต่ไม่ได้ให้ฝึกจริยธรรม  การคิดอย่างเดียวจึงไม่ส่งผลต่อช้างป่า  การที่มนุษย์จะมีศีลธรรมได้นั้น เราต้องฝึกช้างป่าหรือสัญชาติญาณดิบของเรา นั่นคือ การฝึกการเห็นประโยชน์ของผู้อื่นด้วยการบริการสังคม

                    นอกจากการบริการสังคมแล้ว การฝึกจริยธรรมด้วยการสร้างค่านิยมที่มีความหมายกับชุมชนก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งในการฝึกช้างป่า  สังคมที่ถูกควบคุมทางด้านสิ่งแวดล้อมจะตระเตรียมประชากรแต่ละคนให้ดำเนินชีวิตโดยมีความสอดคล้องระหว่างผู้ขี่และช้างป่ามากขึ้น  ปัจจุบันศาสนาเริ่มมีบทบาทน้อยลงในสังคม และคนส่วนใหญ่ก็ไม่เคร่งศาสนาแล้ว แต่แท้ที่จริงแล้วศาสนายังคงมีความสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับประสบการณ์ที่น่าเกรงขาม เรามักจะรู้สึกเกรงเมื่อเราเข้าไปมีประสบการณ์ที่ไม่สามารถที่จะอธิบายได้ การอธิษฐานก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ทำให้เรามีความสุข เพราะเรารู้สึกว่าเราสามารถเชื่อมต่อกับบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเรา  คนที่ขาดประสบการณ์เยี่ยงนี้มักรู้สึกว่าต้องดำรงชีวิตอย่างรู้สึกขาดสิ่งสำคัญในชีวิต

                  ความสุขและความหมายของชีวิตมักมาพร้อมกับความสัมพันธ์ที่ถูกต้องระหว่างเราและสิ่งแวดล้อม  นักจิตวิทยาพบว่า การมีชีวิตอย่างมีความหมายจะต้องประกอบด้วย 1. มีสัมพันธภาพที่ถูกต้อง มนุษย์จะสามารถมีความสุขมากขึ้นหากเราสามารถมีความสัมพันธ์ระหว่างเราและผู้อื่นอย่างถูกต้อง  แม้มนุษย์จะเป็นสัตว์สังคม แต่ในบางครั้งความปรารถนาของเราอาจขัดแย้งกัน เช่น เราควรช่วยเพื่อนหรือให้เพื่อนช่วยเรากันแน่  ทางที่ดีที่สุดก็คือ เราควรที่จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เราแคร์จริง ๆ ทั้งนี้เพราะการช่วยเหลือเขาเท่ากับเป็นการช่วยเหลือเราเอง 2. ทำงานที่ถูกต้อง ส่วนการจะเติมเต็มการทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อ งานนั้น ๆ เป็นไปในแนวทางเดียวกับความเชื่อของเรา และคุ้มค่าที่จะทำ งานของเราจึงควรมีคุณค่าที่เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับค่านิยมและความเชื่อของเราด้วย เช่น ภารโรงของโรงพยาบาลที่เชื่อว่าตัวเองมีส่วนสำคัญในการตระเตรียมพื้นที่ให้แพทย์และพยาบาลทำงานจนประสบความสำเร็จจะมีความสุขมากกว่าภารโรงที่คิดว่าตัวเองทำงานที่เล็กน้อยและน่าเบื่อ 3. มีความเชื่อที่ถูกต้อง การสามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเรากับสิ่งที่เหนือกว่าเรามีส่วนสำคัญต่อการมีชีวิตที่มีความหมาย แท้ที่จริงแล้ว ศาสนาเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญเพราะมันเป็นส่วนที่ทำให้เราสามารถที่จะเชื่อมโยงกับพระเจ้าได้

                 สรุป การที่เราจะมีความสุขเพิ่มขึ้นได้นั้น เราต้องเข้าใจตัวเอง บุคลิกภาพ และใช้ประโยชน์จากความรู้ทั้งสองในการทำให้ชีวิตดีขึ้น  เราจึงต้องทำสิ่งที่ตัวเองรัก อย่าเลือกงานเพราะเงินเดือน แต่ต้องเลือกงานที่เราทำแล้วมีความสุข และสามารถสนุกกับมันได้ เพราะมันจะทำให้เรามีความสุขกว่าในระยะยาว การหางานที่เราทำแล้วสนุกนั้น เราต้องค้นหาความเชื่อ และค่านิยมของเราให้เจอก่อนที่จะหางานที่เข้ากันได้กับทั้งความเชื่อและค่านิยมอันจะทำให้เราค้นพบความหมายของชีวิต หากในอนาคต เมื่อเรามีความขัดแย้งกับเพื่อนฝูง พยายามค้นหาความผิดพลาดของตัวเองก่อนที่จะไปโทษผู้อื่น วิธีการนี้ไม่ได้หมายความว่า ทุกความผิดพลาดเป็นความรับผิดชอบของเรา แต่หากเรารู้ว่าเราทำอะไรผิด มันจะเป็นหนทางนำสู่การแก้ไขความขัดแย้งและทำให้เรามีความสุขได้ในระยะยาว

 

 

Rating: 5 stars

Tags: , , ,

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

Leave a Reply

+(reset)-

Ratings Plugin created by Cheap Web Hosting - Powered by Attache Case and VLC Player Download.