Archive for the 'Political Science' Category

การปฏิวัติและการเดินขบวนเรียกร้องสิทธิเป็นโรคติดต่อจริงหรือ

โดย พญ. นภาพร ลิมป์ปิยากร           

                 หลายเดือนที่ผ่านมานี้ ชาวไทยคงเห็นแล้วการเดินขบวนเรียกร้องสิทธิจนนำสู่การปฏิวัติหรือการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเริ่มเกิดขึ้นในวงกว้าง เริ่มต้นจากตูนีเซีย ลุกลามสู่อียิปต์ จอร์แดน จนลามมาถึงซีเรีย  จริงอยู่การปฏิวัติโดยประชาชนหรือโดยทหารบางแห่งก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงามสมดังความตั้งใจของผู้ก่อการ เช่น การเดินขบวนโค่นล้มรัฐบาลที่ครองอำนาจนับสิบปีของชาวอียิปต์ แต่ในบางประเทศผู้ก่อการก็ยังมะงุมมะหงาหราโดยไม่มีใครทราบว่าผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร  ถึงแม้ว่าการปฏิวัติบางแห่งจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ความสำเร็จนี่เองที่เป็นแรงจูงใจให้ทั้งทหารและพลเรือนลงมือ เมื่อพวกเขารู้สึกว่าความอดทนต่อแรงกดดันสิ้นสุดลง  Continue Reading »

A History of the World in 6 Glasses / เรียนประวัติศาสตร์จากการชนแก้ว

(โดย พ. ญ. นภาพร ลิมป์ปิยากร)

                 เป็นที่ทราบกันดีว่ามนุษย์สามารถทนขาดอาหารได้หลายวันแต่ทนขาดน้ำได้เพียงไม่กี่วัน  น้ำจึงมีความสำคัญมากกว่าอาหาร  นี่จึงเป็นเหตุผลให้อารยธรรมเริ่มต้นที่ลุ่มแม่น้ำ  เมื่อมนุษย์มีความจำเป็นต้องดื่มน้ำเพื่อดำรงชีวิตเครื่องดื่มจึงวิวัฒน์ขึ้น  ในอดีตเครื่องดื่มมิใช่มีไว้เพียงแค่ดื่มกินหรือทำให้เมาเท่านั้น มันยังมีอีกหลายบทบาท เช่น ใช้ในการแลกเปลี่ยนหรือทำหน้าที่เป็นเงินตรา ใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา งานเฉลิมฉลอง เชื่อมความสัมพันธ์ กระตุ้นสมอง กิจกรรมทางการแพทย์เพื่อช่วยชีวิต หรือหยิบยื่นความตายจากการเป็นต้นกำเนิดของสงคราม  เครื่องดื่มจึงเป็นสิ่งที่มีความน่าสนใจ  Tom Standage บรรณาธิการและนักข่าววิทยาศาสตร์ได้ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของเครื่องดื่มซึ่งสัมพันธ์กับวิวัฒนาการของอารยธรรมลงบนหนังสือชื่อ A History of the World in 6 Glasses ขึ้นในปี 2548 หนังสือจำนวน 311  หน้านี้แบ่งประวัติศาสตร์ตามระยะเวลากำเนิดและความนิยมของเครื่องดื่มออกเป็น 6 ยุค คือ เบียร์ ไวน์ เหล้า กาแฟ ชา และโคล่า Continue Reading »

The Return of History and The End of Dream/ ตื่นจากฝ้นมาพบประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

โดย พญ.นภาพร ลิมป์ปิยากร

                Francis Fukuyama เขียนไว้ในหนังสือเรื่อง The End of History ว่า โลกาภิวัตน์ทำให้ประเทศที่ต้องการพัฒนาต้องเปิดเสรีทางด้านเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ซึ่งมักตามมาด้วยการเปิดเสรีทางด้านการเมือง  เมื่อประเทศต่าง ๆ ล้วนต้องการให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโต พวกเขาจึงจำเป็นต้องร่วมมือกันทางด้านเศรษฐกิจ การแข่งขันทางการเมืองอย่างรุนแรงจนนำไปสู่สงครามจึงไม่น่าที่จะเกิดขึ้นได้ ความจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้น  จริงอยู่ การที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการความมั่งคั่งและความสะดวกสบายอาจทำให้พวกเขาไม่ต้องการเข้าสู่สงคราม  แต่การต่อสู้เพื่อมีอิทธิพลเหนือประเทศอื่น ๆ เพื่อความมั่งคั่ง เพื่อฐานะและศักดิ์ศรีก็เป็นต้นเหตุของสงครามตลอดมา   ปัจจุบันแม้ว่าประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกจะมีความเกลียดชังระหว่างเชื้อชาติน้อยลง และเลิกกระหายที่จะก่อสงคราม แต่ Robert Kagan ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์สหรัฐฯ และนโยบายการต่างประเทศผู้เขียน The Return of History and The End of Dream ยังคงยืนยันว่า ความขัดแย้งของมหาอำนาจมิได้หมดไป ซ้ำยังกำลังเพิ่มขึ้นด้วย Continue Reading »

Rivals / คู่แข่ง

โดย พญ.นภาพร ลิมป์ปิยากร

                ทศวรรษที่ผ่านมาจีนและอินเดียก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจมากจนนักเศรษฐศาสตร์ของโกล์ดแมนแซคคาดว่าจีนจะตามทันสหรัฐฯ และกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกราวปลายทศวรรษที่ 2020 และปลายทศวรรษที่ 2050 เศรษฐกิจของอินเดียจะตามทันสหรัฐฯ เช่นกัน  แม้ว่าในช่วงเวลานั้นมาตรฐานคุณภาพชีวิตของคนทั้งสองชาติอาจยังคงไม่เท่าเทียมสหรัฐฯ และชาติในยุโรป แต่รายได้ของพวกเขาน่าที่จะอยู่ในระดับพอ ๆ กันกับสหรัฐฯ ในเวลานี้ได้แล้ว  เมื่อเวลานั้นมาถึง สหรัฐฯ และยุโรปอาจไม่สามารถที่จะมีอิทธิพลต่อโลกเหมือนอย่างที่พวกเขาคุ้นเคย ชาติในเอเชียย่อมต้องการตำแหน่งแห่งที่ในสถาบันระหว่างประเทศด้วยอย่างแน่นอน นั่นหมายความว่า ในอนาคตอันใกล้นี้อำนาจทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจจะโยกย้ายเข้าสู่มือประเทศในแถบเอเซีย  มันอาจเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ที่เอเชียจะมีมหาอำนาจถึง 3 ชาติ นั่นคือ จีน อินเดียและญี่ปุ่น Continue Reading »

หน้าต่อไป

+(reset)-

Ratings Plugin created by Cheap Web Hosting - Powered by Attache Case and VLC Player Download.