<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BOOKISHCLUB.com</title>
	<atom:link href="http://www.bookishclub.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.bookishclub.com</link>
	<description>สโมสรหนอนหนังสือ แหล่งรวมความรู้หลากสาขา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 14 May 2012 03:54:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>The Temptation2</title>
		<link>http://www.bookishclub.com/2012/05/14/the-temptation2/</link>
		<comments>http://www.bookishclub.com/2012/05/14/the-temptation2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 May 2012 03:54:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bookishclub</dc:creator>
				<category><![CDATA[Art & Culture]]></category>
		<category><![CDATA[Albrecht Durer]]></category>
		<category><![CDATA[Hendrik De Clerck]]></category>
		<category><![CDATA[Leonardo Da Vinci]]></category>
		<category><![CDATA[Lucas Cranach the Younger]]></category>
		<category><![CDATA[Naphaporn Limpiyakorn]]></category>
		<category><![CDATA[raphael]]></category>
		<category><![CDATA[Temptation]]></category>
		<category><![CDATA[นภาพร ลิมป์ปิยากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookishclub.com/?p=2248</guid>
		<description><![CDATA[  จากคอลัมน์&#8221;ร้อยฝันปันศิลป์&#8221; ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า   โดย พญ.นภาพร ลิมป์ปิยากร                           นอกจาก Lucas Cranach The Elder แล้ว ภาพ The Temptation ยังมีศิลปินวาดอีกหลายคนโดยให้ชื่อต่าง ๆ กันไป เช่น 1) Lucas Cranach The Younger ศิลปินชาวเยอรมันลูกชาย Lucas Cranach The Elder ผู้เขียนอดัมกับอีฟไว้เป็นจำนวนมาก เขาจึงได้รับอิทธิพลจากพ่อตามไปด้วย  ภาพที่ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ ณ Gemäldegalerie ในเมือง Dresden ซึ่งเขาเขียนขึ้นในปี 1537 นี้คล้ายกับผลงานของพ่อเขาในปี 1526 ค่อนข้างมากจนแทบจะแยกกันไม่ออก สังเกตได้จากหน้าตาของอีฟซึ่งมีลักษณะกลม คางแหลม ปากนิดจมูกหน่อยเช่นเดียวกัน  ถึงกระนั้นก็ตามฝีมือของเขาในเรื่องการลงสีโดยเฉพาะผิวเนื้อยังมีความเนียนกว่าพ่อเขาค่อนข้างมาก  รวมทั้งหน้าตาของอดัมและอีฟก็มีความอ่อนหวานมากกว่าที่พ่อเขาวาดไว้ด้วย                  2) Albrecht Durer ศิลปินชาวเยอรมันยุคเรอเนสซองส์ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookishclub.com/2012/05/14/the-temptation2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Temptation by Lucas Cranach</title>
		<link>http://www.bookishclub.com/2012/04/20/the-temptation-by-lucas-cranach/</link>
		<comments>http://www.bookishclub.com/2012/04/20/the-temptation-by-lucas-cranach/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Apr 2012 02:08:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bookishclub</dc:creator>
				<category><![CDATA[Art & Culture]]></category>
		<category><![CDATA[Adam and Eve]]></category>
		<category><![CDATA[Lucas Cranach the Elder]]></category>
		<category><![CDATA[Naphaporn Limpiyakorn]]></category>
		<category><![CDATA[Temptation]]></category>
		<category><![CDATA[The Paradise]]></category>
		<category><![CDATA[นภาพร ลิมป์ปิยากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookishclub.com/?p=2236</guid>
		<description><![CDATA[จากคอลัมน์ &#8220;ร้อยฝันปันศิลป์&#8221; ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า โดย พญ.นภาพร ลิมป์ปิยากร      หลังจากที่พระเจ้าสร้างอดัมและอีฟแล้ว พระองค์ก็ทรงอนุญาตให้ทั้งสองอาศัยอยู่และรับประทานผลไม้ทุกชนิดในสวนสวรรค์โดยมีข้อแม้เพียงข้อเดียวนั่นคือ ห้ามทั้งสองแตะต้องหรือรับประทานผลไม้จากต้นไม้แห่งความรู้ ไม่เช่นนั้นทั้งสองจะต้องเผชิญกับความตาย  เมื่อพระเจ้าเสด็จจากไป ทั้งสองก็พบกับงูที่มาตั้งคำถามเอากับทั้งสองว่า พระเจ้าไม่อนุญาตให้พวกเขารับประทานผลไม้ชนิดใด  ทั้งสองตอบว่าต้นไม้ที่อยู่กลางสวน ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะตาย  งูจึงหลอกล่อให้ทั้งสองทำบาปด้วยการกล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ ที่พระเจ้าจะไม่อนุญาตให้พวกเขารับประทานผลไม้ชนิดนี้เพราะมันไม่เพียงไม่ทำให้พวกเขาตาย ยังจะทำให้พวกเขาฉลาดอย่างพระเจ้า รวมทั้งสามารถแยกแยะระหว่างความดีกับความชั่วได้ด้วย  อีฟจึงหลงเชื่อ และเด็ดผลไม้กิน ซ้ำยังชักชวนให้อดัมกินตามด้วย   ศิลปินที่เขียนภาพการถูกยั่วยุโดยงูตามเรื่องราวข้างต้นนี้มีหลายคนโดยตั้งชื่อภาพต่าง ๆ กันไป เช่น Lucas Cranach the Elder ศิลปินชาวเยอรมันแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 16 เขาเขียนภาพ Adam and Eve หน้าต้นไม้แห่งความรู้โดยมีงูอยู่ด้วยหลายสิบภาพ แต่กลับไม่มีภาพใดเลยที่ตั้งชื่อว่า Temptation เช่น Adam and Eve ที่เขาเขียนขึ้นในปี 1508 ซึ่งปัจจุบันจัดแสดง ณ Musée des Beaux-Arts et d&#8217;Archéologie [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookishclub.com/2012/04/20/the-temptation-by-lucas-cranach/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Adam and Eve in the Garden of Eden2</title>
		<link>http://www.bookishclub.com/2012/03/15/adam-and-eve-in-the-garden-of-eden2/</link>
		<comments>http://www.bookishclub.com/2012/03/15/adam-and-eve-in-the-garden-of-eden2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Mar 2012 23:57:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bookishclub</dc:creator>
				<category><![CDATA[Art & Culture]]></category>
		<category><![CDATA[Adam and Eve in the Garden of Eden]]></category>
		<category><![CDATA[Hieronymus Bosch]]></category>
		<category><![CDATA[Jacopo Bassano]]></category>
		<category><![CDATA[Lucas Cranach the Elder]]></category>
		<category><![CDATA[Naphaporn Limpiyakorn]]></category>
		<category><![CDATA[Nicholas Poussin]]></category>
		<category><![CDATA[Peter Paul Rubens]]></category>
		<category><![CDATA[Spring]]></category>
		<category><![CDATA[The Paradise]]></category>
		<category><![CDATA[Tintoretto]]></category>
		<category><![CDATA[นภาพร ลิมป์ปิยากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookishclub.com/?p=2221</guid>
		<description><![CDATA[จากคอลัมน์ &#8220;ร้อยฝันปันศิลป์&#8221; ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า โดย พญ.นภาพร ลิมป์ปิยากร           &#160; เนื่องจากภาพ Adam and Eve in the Garden of Eden เป็นภาพที่ง่ายต่อการนำเสนอและสามารถทำให้มีรายละเอียดและความสวยงามไม่ยากนักจึงมีศิลปินอีกหลายคนนำเสนอ เช่น 1) Nicholas Poussin ศิลปินฝรั่งเศสในยุคบาโรค  Adam and Eve in the Garden of Eden หนึ่งในภาพชุดสี่ฤดูของเขาที่ชื่อว่า Spring ซึ่งปัจจุบันจัดแสดงอยู่ ณ Lourve กรุงปารีสนี้เป็นช่วงจังหวะก่อนที่อดัมและอีฟซึ่งนั่งอยู่ใต้ต้นไม้แห่งความรู้จะทำบาปครั้งแรกจนถูกขับออกจากสวนสวรรค์โดยอีฟกำลังชี้มือไปยังผลไม้ที่พระเจ้าทรงห้ามมิให้ทั้งสองรับประทาน  &#160; &#160; ภาพทิวทัศน์ที่ศิลปินวาดแสดงให้เห็นถึงความสวยงามของสวนอย่างแท้จริง นั่นคือ ประกอบด้วย หงส์ว่ายอยู่ในสระที่มีภูเขาเป็นฉากหลังในช่วงเช้าที่แสงแดดเพิ่งส่องพ้นช่องเขาโดยมีพุ่มไม้อยู่ทั่ว ๆ ไป ส่วนอดัมและอีฟก็เป็นเพียงมนุษย์ตัวเล็ก ๆ ที่กำลังชี้ชมต้นไม้ตรงกลางภาพซึ่งถูกทำให้เล็กลงไปถนัดตาเมื่อถูกรายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ ไกลออกไปบนท้องฟ้าบนหมู่เมฆด้านบนขวาของภาพมีพระเจ้าหันหลังให้กับทั้งคู่ราวกับทนไม่ได้เพราะทราบดีว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น &#160; 2) Lucas Cranach the Elder ศิลปินชาวเยอรมันแห่งคริสต์ศตวรรษที่ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookishclub.com/2012/03/15/adam-and-eve-in-the-garden-of-eden2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำไมมนุษย์ต้องมีเซ็กส์เพื่อความสนุกสนานด้วย</title>
		<link>http://www.bookishclub.com/2012/02/12/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.bookishclub.com/2012/02/12/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Feb 2012 22:15:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bookishclub</dc:creator>
				<category><![CDATA[Hot Topic]]></category>
		<category><![CDATA[Science & Envi]]></category>
		<category><![CDATA[Social Science]]></category>
		<category><![CDATA[Naphaporn Limpiyakorn]]></category>
		<category><![CDATA[การมีเซ็กส์]]></category>
		<category><![CDATA[ทำไมมนุษย์ต้องมีเซ็กส์]]></category>
		<category><![CDATA[นภาพร ลิมป์ปิยากร]]></category>
		<category><![CDATA[วาเลนไทน์]]></category>
		<category><![CDATA[วิวัฒนาการ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookishclub.com/?p=963</guid>
		<description><![CDATA[โดย  พญ.นภาพร ลิมป์ปิยากร                  คนทั่วไปมักคิดว่าการมีเซ็กส์เป็นการแสดงออกถึงความรักที่ดีที่สุด  คู่รักจึงมักใช้วันวาเลนไทน์เริ่มต้นมีเซ็กส์กันครั้งแรก ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่  นักชีววิทยาพบว่าการมีเซ็กส์มิใช่เพื่อความรักหรือความสนุกสนาน แต่มันเป็นเพียงแค่สัญชาตญาณธรรมดา ๆ ของสิ่งมีชีวิตเท่านั้น  เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเหตุใดมนุษย์จึงตีความการมีเซ็กส์เป็นเรื่องของความรักและความสนุกสนานไปได้?                                                     นักวิทยาศาสตร์และนักมานุษยวิทยาพบว่า การมีเซ็กส์ของมนุษย์แตกต่างจากสัตว์อยู่หลายประการนั่นคือ 1) มนุษย์เพศชายและเพศหญิงมักมีคู่เพียงคนเดียวตลอดชีวิต และอาศัยการแต่งงานเป็นสัญลักษณ์ของการอนุญาตให้มีเซ็กส์กันได้อย่างถูกต้องตามทำนองครองธรรมและสม่ำเสมอ 2) มนุษย์ทั้งเพศชายและหญิงถือเอาการแต่งงานเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของการมีหน้าที่ร่วมกันในการเลี้ยงดูบุตร 3) มนุษย์มักมีเซ็กส์กันในที่ส่วนตัวและสามารถทำได้ตลอดเวลาโดยไม่จำกัดเฉพาะช่วงเวลาที่สามารถมีบุตรได้เท่านั้น 4) ช่วงตกไข่ของมนุษย์เพศหญิงจะเป็นช่วงที่ปิดบังซ่อนเร้น 5) มนุษย์เพศหญิงมีการหมดประจำเดือนซึ่งหมายถึงการหมดความสามารถในการสืบพันธุ์  ในขณะที่มนุษย์เพศชายสามารถสืบพันธุ์ได้ตลอดชีวิตแม้ว่าจะแก่เฒ่าแล้วก็ตาม  จริงอยู่สัตว์บางชนิดก็มีลักษณะบางประการข้างต้น แต่ยังไม่มีสัตว์ชนิดใดในโลกที่มีลักษณะเหล่านี้ครบทุกข้อเช่นเดียวกับมนุษย์                          การที่มนุษย์มีคุณลักษณะเหล่านี้เป็นผลจากการวิวัฒนาการผ่านการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (Natural Selection)  กระนั้นก็ตามยีนที่ถูกคัดเลือกโดยธรรมชาติของมนุษย์นั้นอาจไม่สามารถดำรงสืบต่อมาจนถึงปัจจุบันได้ หากทารกไม่ได้รับการดูแลประคบประหงมจากพ่อแม่ ทั้งนี้เพราะทารกมนุษย์ไม่สามารถเติบโตเองได้จึงจำเป็นที่พ่อแม่จะต้องเป็นผู้เลี้ยงดู  ธรรมชาติเป็นผู้กำหนดโปรแกรมไว้แต่แรกเกิดแล้วว่าสัตว์ชนิดไหนจะต้องเลี้ยงลูกหรือไม่ หรือเพศใดจะเป็นเพศที่ต้องเลี้ยงลูกราวกับว่ายีนมีความคิด                         ปัจจัยที่ธรรมชาตินำมาพิจารณาว่าเพศใดจะเป็นผู้เลี้ยงดูลูกมีดังนี้ 1) เพศใดเป็นผู้ลงทุนมากกว่า  หากพิจารณาจากพลังงานและเวลาที่ลงทุนเพื่อผลิตไข่และสเปิร์มจะพบว่า ไข่มีขนาดใหญ่กว่าสเปิร์ม นั่นหมายความว่า เพศเมียต้องใช้พลังงานและเวลาในการผลิตมากกว่าเพศผู้  เพศเมียจึงมีแนวโน้มที่จะต้องเป็นผู้เลี้ยงลูกมากกว่า  แต่เมื่อนำวิธีการของการผสมพันธุ์มาร่วมในการพิจารณาด้วยจะพบว่า หากสัตว์ทั้งสองเพศต่างปล่อยเอาไข่และสเปิร์มออกมาผสมพันธุ์กันนอกร่างกาย ทั้งสองเพศมักไม่ลงทุนเพิ่ม  พวกมันมักปล่อยให้ตัวอ่อนเติบโตเองตามธรรมชาติ  แต่หากการผสมพันธุ์เกิดขึ้นภายในร่างกายและตัวอ่อนจำเป็นต้องฝังตัวในเพศเมีย นั่นเท่ากับว่าเพศเมียถูกบังคับให้ต้องลงทุนมากขึ้นไปอีกเพราะต้องให้บริการตัวอ่อนทั้งในเรื่องอาหารและเวลา  เพศเมียจึงไม่สามารถละทิ้งตัวอ่อนได้เพราะมันจะเกิดความรู้สึกว่าตัวเองสูญเสียสิ่งที่ตนได้ลงทุนไปมากแล้ว [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookishclub.com/2012/02/12/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Adam and Eve in the Garden of Eden</title>
		<link>http://www.bookishclub.com/2011/12/26/adam-and-eve-in-the-garden-of-eden/</link>
		<comments>http://www.bookishclub.com/2011/12/26/adam-and-eve-in-the-garden-of-eden/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Dec 2011 23:31:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bookishclub</dc:creator>
				<category><![CDATA[Art & Culture]]></category>
		<category><![CDATA[Adam and Eve in the Garden of Eden]]></category>
		<category><![CDATA[Daniel in the Lion's Den]]></category>
		<category><![CDATA[Infanta Isabella]]></category>
		<category><![CDATA[Jan brueghel]]></category>
		<category><![CDATA[Naphaporn Limpiyakorn]]></category>
		<category><![CDATA[Peter Paul Rubens]]></category>
		<category><![CDATA[Wenzel Peter]]></category>
		<category><![CDATA[นภาพร ลิมป์ปิยากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookishclub.com/?p=2209</guid>
		<description><![CDATA[  จากคอลัมน์ &#8220;ร้อยฝันปันศิลป์&#8221; ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า โดย พญ.นภาพร ลิมป์ปิยากร                หลังจากที่พระเจ้าทรงสร้างอดัม พระองค์ก็ทรงดำริว่ามนุษย์ต้องมีบ้านอยู่ พระองค์จึงทรงปลูกสวนอันสวยงามที่มีแม่น้ำสี่สายมาบรรจบกันไว้บนโลกและตั้งชื่อว่าสวนสวรรค์หรือ Garden of Eden  พระองค์ทรงอนุญาตให้อดัมดำรงชีวิตอยู่ด้วยผลไม้สารพัดชนิดในสวนสวรรค์นี้   หลังจากนั้นพระองค์ทรงรู้สึกว่า การมีเพียงมนุษย์ผู้ชายจะทำให้อดัมเหงาเกินไป พระองค์จึงทรงทำให้อดัมหลับ และสร้างอีฟจากซี่โครงของอดัม และทรงอนุญาตให้ทั้งสองดำรงชีวิตร่วมกันในสวนสวรรค์  ศิลปินที่วาดภาพ Adam and Eve in the Garden of Eden มีด้วยกันหลายคน เช่น 1) Jan Brueghel the Elder ศิลปินชาวดัชท์ผู้มีชื่อเสียงที่สุดในด้านการเขียน Still Life รูปดอกไม้ ลูกชายคนที่สองของ Pieter Brueghel the Elder ศิลปินประจำราชสำนักของ Archduke Albert and the Infanta Isabella กรุง Brussels ในปี [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookishclub.com/2011/12/26/adam-and-eve-in-the-garden-of-eden/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีแก้ไขความขัดแย้ง</title>
		<link>http://www.bookishclub.com/2011/11/27/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.bookishclub.com/2011/11/27/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 27 Nov 2011 04:21:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bookishclub</dc:creator>
				<category><![CDATA[Hot Topic]]></category>
		<category><![CDATA[Social Science]]></category>
		<category><![CDATA[Naphaporn Limpiyakorn]]></category>
		<category><![CDATA[ความขัดแย้ง]]></category>
		<category><![CDATA[นภาพร ลิมป์ปิยากร]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookishclub.com/?p=2399</guid>
		<description><![CDATA[โดย พญ.นภาพร ลิมป์ปิยากร    เป็นที่ทราบกันดีว่า ความขัดแย้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในทุกความสัมพันธ์ เมื่อคนสองคนที่แตกต่างกันและไม่เพียบพร้อมมาอยู่ด้วยกัน พวกเขาย่อมไม่สามารถที่จะเห็นพ้องต้องกันในทุกเรื่องได้  สิ่งที่คนส่วนใหญ่อยากรู้ก็คือ  ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถที่จะผ่านพ้นปัญหาและแก้ไขความขัดแย้งได้อย่างราบรื่น     ก่อนอื่นเราต้องทราบก่อนว่า มนุษย์แต่ละคนมีวิถีทางในการต่อสู้ 1 ใน 5 แบบนั่นคือ 1) พวกพิงเชือกตลอดกาล (Rope a Dope) มันเป็นการยากที่คนเหล่านี้จะยอมออกมารบ พวกเขาชอบหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง ปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือ และไม่ยอมรับอารมณ์ตัวเองเมื่อมันเกิดขึ้น 2) กลุ่มศิลปินที่ชนะตลอดกาล (Knockout Artist) คนพวกนี้จะสู้ขาดใจจนได้ชัยชนะ เขาจะต้องถูกเสมอ และไม่เคยเหลือทางไว้ให้ใครเลย  ทุกเส้นทางมีไว้สำหรับฉันคนเดียวเท่านั้น เมื่อคนกลุ่มนี้ชนะทุกการแข่งขัน ความสัมพันธ์ของพวกเขากับคนอื่น ๆ จึงมักเสื่อมทราม เพราะคนอื่นไม่มีปากมีเสียงและเบื่อที่จะพยายาม       3) พวกยอมแพ้ตลอดกาล (Take the Fall Fighter) คนกลุ่มนี้ยอมโยนผ้าอย่างง่ายดายในทุกความขัดแย้ง พวกเขามักหลอกลวงตัวเองว่ามันเป็นหนทางที่สงบ แต่มันกลับสร้างความขมขื่นให้กับตัวเองที่ยอมคนอื่นทุกอย่าง และแท้ที่จริงแล้วมันไม่ใช่การสู้ที่ถูกต้อง 4) พวกชอบแก้ปัญหาแบบให้และรับ (One [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookishclub.com/2011/11/27/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Creation of Eve2</title>
		<link>http://www.bookishclub.com/2011/11/15/creation-of-eve2/</link>
		<comments>http://www.bookishclub.com/2011/11/15/creation-of-eve2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 Nov 2011 12:52:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bookishclub</dc:creator>
				<category><![CDATA[Art & Culture]]></category>
		<category><![CDATA[Creation of Eve]]></category>
		<category><![CDATA[Genesis]]></category>
		<category><![CDATA[Ignudo]]></category>
		<category><![CDATA[John Milton]]></category>
		<category><![CDATA[Mariotto Albertinelli]]></category>
		<category><![CDATA[Michelangelo]]></category>
		<category><![CDATA[Naphaporn Limpiyakorn]]></category>
		<category><![CDATA[Paolo Veronese]]></category>
		<category><![CDATA[Paradise Lost]]></category>
		<category><![CDATA[Sistine Chapel]]></category>
		<category><![CDATA[William Blake]]></category>
		<category><![CDATA[นภาพร ลิมป์ปิยากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookishclub.com/?p=2194</guid>
		<description><![CDATA[ จากคอลัมน์ &#8220;ร้อยฝันปันศิลป์&#8221; ในหนังสือแนวหน้า โดย พญ.นภาพร ลิมป์ปิยากร       ในยุคเรอเนสซองส์ซึ่งเป็นยุครุ่งเรืองทางศิลปะก็มีศิลปินเขียนภาพ  Creation of Eve อยู่หลายคน เช่น 1) Paolo Veronese ศิลปินชาวเวนิซยุคเรอเนสซองส์  ภาพ The Creation of Eve ที่ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ ณ Art Institute ในกรุงนิวยอร์กนี้มีลักษณะเด่นคือ ชายชราซึ่งก็คือพระเจ้าใช้แขนซ้ายโอบอีฟหญิงสาวที่ยืนอยู่บนพื้นดินและใช้มือขวาแตะหน้าผากเสมือนหนึ่งกำลังให้ชีวิตกับผู้หญิงคนแรกของโลก  การที่ศิลปินกล้าที่จะเขียนภาพให้มีรายละเอียดแตกต่างจากในคัมภีร์ไบเบิ้ล อีกทั้งยังวาดชายหญิงในภาพนู้ดที่ไม่มีอะไรปิดบังจึงทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปินที่สร้างสรรค์ที่สุดคนหนึ่งแห่งยุค                 2) Mariotto Albertinelli ศิลปินชาวฟลอเรนซ์  ภาพ The Creation of Adam and Eve and The Temptation ของศิลปินผู้นี้ถือเป็นอีกภาพหนึ่งที่เขียนรายละเอียดได้ดีเหมือนอย่างในพระคัมภีร์บันทึกไว้ เช่น อีฟพนมมือในท่ารับพรพุ่งออกจากลำตัวด้านข้างของอดัมเสมือนถูกสร้างจากซี่โครงของอดัมจริง ๆ  หรือเทวดาน้อยทั้งสองยืนแสดงความยินดีกับการถือกำเนิดของผู้หญิงคนแรกของโลก  ลักษณะเด่นอีกประการหนึ่งของภาพก็คือสีสันสดใสสวยงาม แม้ว่าในช่วงปี 1513 ซึ่งเป็นปีที่ศิลปินเขียนนั้นพัฒนาการในการผสมสียังไม่ดีมากนัก             [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookishclub.com/2011/11/15/creation-of-eve2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กรีกอันตราย</title>
		<link>http://www.bookishclub.com/2011/10/14/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-2/</link>
		<comments>http://www.bookishclub.com/2011/10/14/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 14 Oct 2011 03:17:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bookishclub</dc:creator>
				<category><![CDATA[Econ & Business]]></category>
		<category><![CDATA[Hot Topic]]></category>
		<category><![CDATA[Naphaporn Limpiyakorn]]></category>
		<category><![CDATA[กรีซ]]></category>
		<category><![CDATA[นภาพร ลิมป์ปิยากร]]></category>
		<category><![CDATA[ยูโร]]></category>
		<category><![CDATA[อิตาลี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookishclub.com/?p=2391</guid>
		<description><![CDATA[โดย พญ. นภาพร ลิมป์ปิยากร                ทุกวันนี้เรื่องในประเทศที่คนไทยส่วนใหญ่ให้ความสนใจคงไม่พ้นเรื่อง น้ำท่วม ส่วนเรื่องเศรษฐกิจต่างประเทศนั้นก็คงไม่พ้นเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจของกรีซ และเงินสกุลยูโร ทั้งนี้เพราะไม่เพียงเงินยูโรได้กลายเป็นเงินสกุลหลักสำคัญของโลกแล้ว การรวมตัวกันของสหภาพยุโรปจนถึงการใช้สกุลเงินร่วมกันได้กลายเป็นเป้าหมายหนึ่งที่อาเซียนองค์กรความร่วมมือในภูมิภาคของไทยต้องการเดินตาม  บทเรียนจากกรีซและสมาชิกอื่น ๆ ของสหภาพยุโรปที่กำลังจะเข้าสู่ภาวะวิกฤตย่อมมีผลต่อการตัดสินใจในการรวมตัวกันของภูมิภาคนี้                 เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าการเงินระหว่างประเทศมีหลัก 3 ข้อนั่นคือ 1) เปิดเสรีทางการเงินอย่างเต็มรูปแบบ นโยบายนี้จะทำให้ประชาชนมีอิสระอย่างเต็มที่ในการค้าขายและลงทุนกับต่างประเทศ   และยังทำให้ประเทศเหล่านี้สามารถดึงดูดเงินตราจากต่างประเทศได้โดยง่าย 2) ใช้อัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวโดยธนาคารกลางจะเป็นผู้สร้างเสถียรภาพภายในด้วยการกำหนดปริมาณเงินและอัตราดอกเบี้ย  อย่างไรก็ดีประเทศที่ใช้วิธีการนี้ยังคงมีความผันผวนทางด้านการเงินสูง 3) ใช้อัตราแลกเปลี่ยนคงที่เพื่อลดความผันผวนของค่าเงินซึ่งจะทำให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถที่จะวางแผนอนาคตของตนเองได้ง่ายขึ้น  แม้ว่านโยบายแต่ละข้อจะมีข้อดี แต่การดำเนินนโยบายทั้งสามพร้อมกันกลับไม่สามารถทำได้  ปัจจุบันประเทศส่วนใหญ่ในโลกเลือก 2 นโยบายแรก ยกเว้นจีน และยุโรป  ดังนั้นเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นในยุโรป พวกเขาจึงไม่สามารถใช้มาตรการเช่นเดียวกับสหรัฐฯ ได้                 จริงอยู่วิกฤตเศรษฐกิจจากการใช้เงินเกินตัวมิใช่เรื่องใหม่ แต่วิกฤตเศรษฐกิจของกรีซกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับวิกฤตเศรษฐกิจอื่น ๆ ตรงที่ กรีซมิได้มีสกุลเงินเป็นเอกเทศ แต่ใช้สกุลเงินร่วมกันกับสมาชิกอื่น ๆ ทั้งภูมิภาค  ดังนั้นรัฐบาลกรีซจึงไม่สามารถตัดสินใจดำเนินนโยบายได้ตามลำพัง และทฤษฏีนโยบายทางด้านการเงินและการคลังที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ยังไม่เคยถูกคิดค้นขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่มีความซับซ้อนเช่นนี้มาก่อน  บทเรียนการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจกรีซจึงเป็นเรื่องที่ต้องถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์หรือเท่ากับเป็นการเขียนทฤษฏีใหม่ก็ว่าได้                 แนวคิดเรื่องเงินสกุลเดียวสำหรับภูมิภาคเริ่มต้นมาจากทฤษฏีของโรเบิร์ต มันเดล นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลปี 1999 [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookishclub.com/2011/10/14/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ดื่มกาแฟวันละนิดจิตแจ่มใส?</title>
		<link>http://www.bookishclub.com/2011/10/12/%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.bookishclub.com/2011/10/12/%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 12 Oct 2011 00:42:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bookishclub</dc:creator>
				<category><![CDATA[Hot Topic]]></category>
		<category><![CDATA[Medical Science]]></category>
		<category><![CDATA[Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[Naphaporn Limpiyakorn]]></category>
		<category><![CDATA[Stroke]]></category>
		<category><![CDATA[กระสับกระส่าย]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ความจำเสื่อม]]></category>
		<category><![CDATA[นภาพร ลิมป์ปิยากร]]></category>
		<category><![CDATA[อัมพฤกษ์]]></category>
		<category><![CDATA[เบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคระบบหลอดเลือดสมอง]]></category>
		<category><![CDATA[โรคระบบหลอดเลือดหัวใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookishclub.com/?p=2369</guid>
		<description><![CDATA[โดย พญ.นภาพร ลิมป์ปิยากร                 เมื่อตอนเป็นเด็ก คนส่วนใหญ่คงเคยได้รับคำสอนมาว่า เป็นเด็กเป็นเล็กห้ามกินกาแฟ เพราะมันเป็นสิ่งไม่ดี เป็นสารเสพติด แต่พอโตขึ้น การดื่มกาแฟกลับเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันของหลาย ๆ คน ตกลงแล้วกาแฟมีประโยชน์หรือโทษต่อร่างกายกันแน่ ถ้ามีประโยชน์ทำไมเด็กจึงดื่มไม่ได้ หากมีโทษทำไมผู้ใหญ่จึงดื่มกาแฟ                 กาแฟเครื่องดื่มที่มีมาตั้งแต่ 800 ปีก่อนคริสต์กาลนี้มีผลต่อหลายอวัยวะของร่างกาย ตั้งแต่ 1) ระบบหลอดเลือดหัวใจ  ปัจจุบันแม้ว่าการศึกษาด้านการแพทย์พบว่า การดื่มกาแฟต้มวันละ 1-2 แก้วจะทำให้ระดับคอเลสเตอรอล LDL ไขมันที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเพิ่มขึ้น แต่โดยรวมแล้วมันกลับไม่มีผลต่อระบบหลอดเลือดหัวใจหรือไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเส้นเลือดหัวใจตีบเลย   นอกจากนี้การศึกษาจากมหาวิทยาลัยในเนเธอร์แลนด์ยังพบว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟวันละ 2-3 แก้วเป็นประจำลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบด้วย                  ส่วนกลุ่มคนที่มีโรคความดันโลหิตสูงอยู่นั้น แม้ว่ากาแฟอาจทำให้ชีพจรเต้นเร็วขึ้น และมีการศึกษาที่พบว่า และการศึกษาหนึ่งพบว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟตั้งแต่ 5 แก้วต่อวันจะมีความดันสูงกว่าปกติได้ 1-2 mmHg และผู้ที่ได้รับ Caffeine capsule จะมีระดับความดันเพิ่มขึ้น 4 mmHg แต่โดยรวมแล้วยังคงไม่มีการศึกษาใดชี้ว่ากาแฟทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นเลย                 2) ระบบหลอดเลือดสมอง โรคของระบบนี้ที่คนส่วนใหญ่กลัวมากที่สุดก็คือ โรคอัมพฤกษ์หรืออัมพาต (Stroke)  [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookishclub.com/2011/10/12/%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Inside Steve&#8217;s Brain/เปิดสมองอัจฉริยะจ็อบส์</title>
		<link>http://www.bookishclub.com/2011/10/06/inside-steves-brain%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%89%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://www.bookishclub.com/2011/10/06/inside-steves-brain%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%89%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 06 Oct 2011 01:26:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bookishclub</dc:creator>
				<category><![CDATA[Econ & Business]]></category>
		<category><![CDATA[Hot Topic]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone]]></category>
		<category><![CDATA[Ipod]]></category>
		<category><![CDATA[Naphaporn Limpiyakorn]]></category>
		<category><![CDATA[Steve Jobs]]></category>
		<category><![CDATA[นภาพร ลิมป์ปิยากร]]></category>
		<category><![CDATA[สตีฟ จ็อบส์]]></category>
		<category><![CDATA[อัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ไอพอด]]></category>
		<category><![CDATA[ไอโฟน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bookishclub.com/?p=2358</guid>
		<description><![CDATA[จาก คอลัมน์ ผ่ามันสมองของปราชญ์ โดย พ.ญ.นภาพร ลิมป์ปิยากร  ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 02 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4076                  ย้อนไปเมื่อยี่สิบปีก่อน บริษัทแอปเปิลเป็นบริษัทขายเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีชื่อเสียงของสหรัฐฯ  แต่อยู่ ๆ ชื่อเสียงของบริษัทนี้ก็หายไปจากวงการเสียเฉย ๆ จนกระทั่งเมื่อต้นศตวรรษใหม่นี่เองที่ชื่อเสียงของบริษัทหวนกลับมาโด่งดังอีกครั้งจากสินค้าที่ชื่อว่า iPod  ในช่วงหลายปีมานี้ไม่มีสินค้าเทคโนโลยีใดจะเรียกความฮือฮาได้เท่ากับ iPod และ iPhone โดยเฉพาะอย่างยิ่ง iPhone คนทั่วโลกถึงกับตั้งตาคอยเลยทีเดียว ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น  สินค้าทั้งสองชนิดนี้คืออะไร ใครเป็นผู้ผลิต พื้นฐานความคิดในการผลิตมาจากอะไรและเหตุใดมันจึงประสบความสำเร็จมากมายขนาดนี้  Leander Kahney บรรณาธิการข่าวของ Wired.com และผู้เขียนเรื่อง The Cult of Mac และ The Cult of iPod มีคำตอบในหนังสือชื่อ Inside Steve’s Brain  หนังสือขนาด 294 [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.bookishclub.com/2011/10/06/inside-steves-brain%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%89%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

